Time Siries:: The begining of war
Main Cast:Akanishi-Yamashita
Authors:nishi
Type: Romantic Drama
Part: The first
**************
************
Warning! NC18 Part
การที่ได้อยู่ท่ามกลางเสียงอึกทึกครึกโครมของดนตรีแนวเร่งเร้า และกลิ่นของแอลกอฮอล์ผสานกับร่างกายร้อนฉ่าของผู้คนจำนวนมากไม่ใช่เรื่องที่แปลกใหม่สำหรับผม หากแต่ตัวเองที่เป็นเพียงนักศึกษาธรรมดาๆได้มาเป็นหนึ่งในจำนวนผู้คนหลายสิบซึ่งมีตำแหน่งหน้าที่การงาน จวบไปถึงชื่อเสียงทางสังคมพอตัวทำให้อดประหม่าไม่ได้ ถึงจะมีคนที่สนิทๆกันอย่างจินเป็นคนพามาอยู่ด้วย แต่เจ้าตัวกลับถูกประกบซ้ายขวาด้วยเจ้าภาพของงานอย่างทาคิซาว่า และคาเมนาชิจนผมต้องนั่งแกร่วจิบมาตินี่ในมุมหนึ่งที่ไม่ห่างจากตัวคนรู้จักเท่าไหร่นัก
เรื่องความฝันของจินที่จะได้ทำเพลงอย่างที่ใจรักนั่นผมรู้มานานแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่กำลังทำให้ตัวเองรู้สึกแปลกไปคือในคอนเสิร์ตที่ผ่านมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า ตัวผมซึ่งได้รับโอกาสโดยบังเอิญให้ไปดูอยู่ในส่วนVIPกับทาคิซาว่าและทีมงานคนอื่นๆ ดันสังเกตได้ถึงแววตาเป็นประกายของทัคกี้ซัง ชายหนุ่มวัยย่างเข้าสามสิบที่ใครๆต่างขนานนามว่าเป็นเจ้าป่าแห่งวงการบันเทิง จับจ้องไปทุกการกระทำของเกสท์หน้าใหม่ จินแสดงได้ดีมากจนผมเองก็อดทึ่งไม่ได้ เขาร้อง เต้น และเล่นกับแฟนคลับอย่างเป็นมืออาชีพจนผมแทบจะไม่เชื่อเลยสักนิดว่านั่นคือคอนเสิร์ตครั้งแรกของชายหนุ่ม และเพราะเหตุนั้นกระมัง ทาคิซาว่าจึงดูมีความสนอกสนใจในตัวจินจนอย่างเห็นได้ชัด
อาคานิชิกำลังค่อยๆห่างผมออกไป ถึงในใจกำลังอยากจะร้องไห้ แต่ก็ได้เพียงบอกกับตัวเองว่า นั่นมันดีแล้ว...
ดีแล้วที่จินมีอนาคตที่ดี และปัญหาที่คาราคาซังกันตอนนี้ก็คงยุติลง...
ผมกระดกมาตินี่หมดเป็นแก้วที่เท่าไหร่แล้วตัวเองก็ยังจำไม่ได้ ความร้อนฉ่าแล่นตึงริ้วไปทั่วใบหน้า เมื่อได้มองจินหัวเราะและคุยกันอย่างถูกคอกับคาเมนาชิก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลกๆ เพิ่งเจอกันเมื่อตอนก่อนขึ้นคอนเสิร์ตไม่ใช่หรือยังไง ทำไมถึงได้สนิทชิดเชื้อกันได้รวดเร็วเสียขนาดนั้น
อ๊ะ... มือขาวจัดของคาเมะจัง... ทำไมถึงไปวางอยู่บนหน้าตักกว้างของจินได้..??
ผมสะบัดหน้าพรืดเมื่อหัวใจรู้สึกบีบๆ ริมฝีปากล่างยกขึ้นมาเหนือฟันเล็กน้อยแล้วขบมันราวกับจะหักห้ามความรู้สึกร้อนผ่าวบนกรอบตา ผมเมา... คงเมาแล้วแน่ๆถึงได้รู้สึกกระสับกระส่าย ครั่นเนื้อครั่นตัวเสียขนาดนี้ มือเล็กสีน้ำผึ้งกำ แล้วคลายอยู่บนแก้วทรงสูงที่เย็นจัดแม้เครื่องดื่มข้างในจะหมดแล้วก็ตาม ก่อนแก้วทรงเดียวกันที่ยังคงจุของเหลวสีส้มฉูดฉาดจะยื่นมาตรงหน้า เรียกให้ผมเงยขึ้นไปสบตากับเจ้าของความใจดีที่หยิบยื่นเข้ามาให้ใหม่
“คะ... คาเมะจัง....”
“รับไปสิ อ๊ะ ข้างๆนี่นั่งได้หรือเปล่า?”
“เชิญฮะ” ผมตอบเสียงเบาแล้วส่งยิ้มขื่นๆให้เมื่อรับเซ็กส์ออนเดอะบีชมาจากมือขาวเพรียวผิวละเอียดของคาเมนาชิ ก่อนจะขยับที่บนโซฟาขนาดสองคนนั่งให้นักร้องดังทรุดตัวลงมาด้วย ขายาวของคาซึยะถูกปกปิดไว้ด้วยกางเกงยีนส์แบรนด์เนมนั่งไขว่ห้างกัน ขณะที่ในมือถือเครื่องดื่มชนิดเดียวกับผมยกขึ้นจิบเป็นระยะๆ
“สงสัยฉันจะกลายเป็นหมาหัวเน่าไปเสียแล้วสิ” อยู่ๆเจ้าของดวงตารีที่ทอดมองออกไปยังบอสใหญ่กับจินก็เอ่ยขึ้นเบาๆ กลีบปากบางจัดค่อนข้างแดงกระตุกยิ้มเพียงเล็กน้อยแล้วโคลงหัวไปมาก่อนจะพูดต่อ
“ดูก็รู้ใช่มั้ยล่ะ ทักกี้น่ะ สนใจแฟนนายจนออกนอกหน้าเชียว”
“ถึงแบบนั้น คนที่มีความสามารถอย่างคาเมะจังก็ไม่มีทางตกกระป๋องหรอกฮะ อย่ากังวลไปเลย” ถึงแม้อีกฝ่ายจะดูเหมือนพูดเชิงหยอกไม่จริงจังนัก กระนั้นตัวเองก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยประโยคที่น่าจะทำให้คาเมนาชิวางใจลงบ้างขึ้นตามลักษณะนิสัย ดวงตากลมโตเหลือบไปมองเสี้ยวหน้าของนักร้องหนุ่มครู่หนึ่งแล้วก้มลงมองมือที่ถือแก้วของตัวเองเอาไว้ต่อ
“ดีจังเลยนะ นายน่ะ เก่งในเรื่องพูดจาให้กำลังใจคนอื่นๆแบบนี้เสมอๆเหรอ?”เสียงออกโทนแหลมแปร่งๆของคาเมนาชิเอ่ยเคล้ากับเสียงหัวเราะ แรงยวบบนเบาะกำมะหยี่ทำให้ผมรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังเอนตัวพิงกับพนักพิงในท่าทีสบายๆ
“ถ้าเป็นแบบนั้นจินคงมีกำลังใจในการทำงานเยอะเลยล่ะ เพราะคนที่ก้าวเข้าสู่วงการนี้ได้ต้องผ่านแรงกดดันมากเลยนะ มีทั้งคนที่ชอบ ทั้งคนที่เกลียด...” เสียงนั้นยังคงพูดต่อด้วยความเข้าใจผิด ตัวผมเองแม้อยากจะปฏิเสธเรื่องความสัมพันธ์เชิงชู้สาว แต่ปีศาจในใจดวงเล็กๆกลับคอยตะโกนบอกให้เงียบไป
ถูกเข้าใจว่าตัวเองมีความสำคัญกับจินแบบนี้ ถึงแม้จะไม่ใช่เรื่องที่ดี แต่ผมก็กลับยินดีที่จะให้เป็นแบบนั้น
“ถ้าอยู่กับจินได้นานๆก็ดีสินะ.... นายน่ะ ” อยู่ๆคาซึยะก็พูดประโยคที่ทำให้ผมตึงตลอดสันหลังขึ้นมา ดวงตากลมเบิกกว้างเมื่อปลายผมถูกเกลี่ยเบาๆจากสัมผัสของนิ้วนุ่ม คาเมนาชิขยับตัวลุกจากเบาะที่นั่ง เสียงหวานนั่นกระซิบเบาแต่ผมกลับได้ยินชัดข้างหู
“อย่าปล่อยมือจากหมอนั่นเชียวนะ... จินน่ะ เป็นแบบที่ฉันถูกใจ ถ้านายเป็นแรงคอยช่วยผลักดันหมอนั่นให้สามารถมายืนเคียงข้างฉันได้ เรื่องนั้นจะถือว่าดีมากทีเดียว....”เจ้าของประโยคเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อเมื่อเห็นสีหน้าประหลาดใจของผม กลีบปากของคาเมนาชิกดลงยิ้ม แววตารีดุจหมาป่าทอดมองไปยังบุคคลที่กำลังตกเป็นหัวข้อสนทนาอย่างเย็นชา
“ ทัคกี้น่ะ วางแผนจะให้ฉันมีคู่ดูโอ้ รู้สึกกระแสของตัวเองพักหลังๆจะซาลงเยอะเลย ก็อย่างว่าล่ะนะ ฉันเองไม่ค่อยถนัดสร้างข่าวเสียด้วย ถ้าหากเป็นจินที่จะเป็นคู่กับฉันล่ะก็ ฉันจะได้สบายใจหน่อย... ฉันโตมากับวงการบันเทิง นายคงไม่ว่าอะไรนะถ้าฉันจะพูดว่า ฉันไม่อยากให้อาคานิชิมาเกาะฉันดัง....”
“จินไม่ได้เป็นคนแบบนั้นสักหน่อย!”
“ฉันรู้ ฉันรู้... ที่พูดก็แค่.. ไม่รู้สิ นายอาจทำให้จินแสดงพลังของศิลปินออกมามากกว่านี้ได้ แค่นี้ยังไม่พอที่จะทำให้ได้ยืนข้างๆฉันหรอกนะ.....”
“........................”
“แต่ก็อย่างที่บอก ถ้านอกจากจินแล้ว ฉันก็ไม่เห็นจะมีใครที่พอจะชอบใจแล้วนี่นา....” ผมไม่เข้าใจคำว่าถูกใจ ชอบใจ และ เป็นคู่ ของคาเมนาชิ นักร้องหนุ่มที่บางทีมีแววตาเหมือนเด็กหนุ่มไร้เดียงสา แต่เวลาที่พูดถึงเรื่องการงานขึ้นมาล่ะก็กลับพร้อมที่จะเหยียบย่ำและดึงรั้งคนอื่นเพื่อเป็นสะพานทอดสู่ความสำเร็จ ถึงอย่างนั้น ผมกลับอยากให้คาเมะมองว่าจินเป็นเพียงสะพานให้ตัวเองเท่านั้น
เพราะถ้าคำพูดที่ว่า ถูกใจ ชอบใจ และเป็นคู่ มันแฝงมากับความหมายอื่น...
แค่คิดผมก็รู้สึกตีบตันในลำคอจนไม่อยากจะหายใจเสียแล้ว
“ถ้าทนให้แฟนตัวเองเป็นข่าวหลอกๆกับคนอื่นได้ตลอดเวลา นายกับจินก็คงคบกันได้นานล่ะนะ.....ฉันไม่มีเจตนาจะแย่งจินมาหรอก มันเป็นเรื่องของธุรกิจ” เหมือนผู้แก่ประสบการณ์จะอ่านสายตาของผมออก เขาหันมายิ้มให้ที่มุมปากเล็กน้อย ก่อนจะเลื่อนแก้วมาชนกับแก้วของผมที่ถือนิ่งอยู่ในมือเบาๆ
“เราไม่ได้มีเรื่องผิดใจกันใช่มั้ย? ฉันมาขออนุญาตแล้วนะ” อีกฝ่ายพูดด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร หากแต่ผมเองกลับเป็นฝ่ายยิ้มฝืนๆ ในเวลานี้ผมจะพูดอะไรได้นอกเสียจากยกแก้วเซ็กส์ออนเดอะบีชกระดกดื่มรวดเดียวจนหมด ถึงจะไม่อยากแสดงสีหน้าลำบากใจออกมา แต่สุดท้ายมันก็สะท้อนอยู่ในแววตาอยู่ดี
คาเมนาชิเลื่อนมือมากอบกุมฝ่ามือข้างที่วางอยู่บนหน้าตักของผมเอาไว้ แล้วออกแรงบีบเบาๆทั้งๆที่ทอดสายตาออกไปยังอาคานิชิที่คุยกับทาคิซาว่าอย่างออกรส
“อยู่ข้างคนที่มีคนชอบมากๆ ก็ต้องทำใจรับความโดดเดี่ยวของตัวเองเอาไว้เยอะๆนะ โทโมฮิสะ....”น้ำเสียงราบเรียบนั้นผมไม่รู้ว่ามันกำลังบอกอะไร แววตาที่วาวโรจน์เหมือนหมาป่าเมื่อครู่ทอแสงสีอ่อนลงจนผมเห็นได้ถึงความอ้างว้างจากภายใน
หรือว่า... นี่คือสิ่งที่จินกำลังจะเผชิญกันแน่...
ผมส่งแก้วคอกเทลคืนให้บริกร ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสั่งเบียร์แก้วใหญ่
ความคิดที่ไร้ซึ่งความผิดชอบชั่วดีแล่นปราดเข้ามาในจิตใจให้ปั่นป่วนอีกระลอก เมื่อนึกถึงเรื่องที่ตัวเองจะตัดความสัมพันธ์กับจินให้หลงเหลือไว้เพียงในรูปแบบของเพื่อนเก่า....
ผมที่อยู่ข้างๆโทมะ ในตอนนั้น จินจะเหงามากแค่ไหนกันนะ....
ผมควรจะทำยังไงดี....
ผมรู้สึกผิดกับโทมะ แต่ตอนนี้ในใจกลับปั่นป่วนพะวงแต่เรื่องของจินมากเหลือเกิน...
....เกินกำลังตัวเองจะตัดสินใจด้วยเหตุผลได้อีกต่อไป
++++++++++++++++++++
มึนไปหมด...
ภาพที่ผมเห็นอยู่ในกรอบตาคือลูกบิดประตูซ้อนทับกันสองอัน และเสียงกรุ๊งกริ๊งลอยมาไกลๆ ซึ่งจากสติที่วนกลับมาเพียงเล็กน้อยเป็นระลอกๆกำลังบอกว่ามันคือเสียงของลูกกุญแจ
ผมถูกหิ้วปีกเอาไว้จากทางด้านซ้าย กลิ่นเหงื่อผสานกับกลิ่นน้ำหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของจินลอยเข้ามาชิดจมูก ยามที่ตัวเองเอนศีรษะไปซบกับบ่ากว้าง
“.....ที่ไหนนะ”ผมเอ่ยถามขณะที่พยายามจะนึกภาพที่คุ้นเคยให้ออก กีต้าร์โปร่งที่วางอยู่บนโซฟา ขวดเบียร์ที่กลิ้งหลุนๆอยู่ตามพื้นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้นึกขึ้นได้หากแต่เมื่อเปิดประตูอีกชั้นเข้ามา กลิ่นอับของห้องที่ไม่ได้ทำความสะอาดลอยกระทบจมูก และหลังจากที่บานประตูห้องนอนปิดลง ผมก็เห็นภาพวาบหวิวของโปสเตอร์ที่แปะอยู่
“บ้านฉันเอง ปล่อยกลับไม่ได้หรอกนะ แบบนี้คุณน้าดุตายเลย”
“อื้อ...รู้แล้ว ร้อนชะมัด...”
“ใครใช้ให้ดื่มเยอะขนาดนั้นล่ะ คาเมะมอมเหล้าหรือไง?”
“หึ.....ถ้าหมอนั่นมอมก็คงไปมอมนายมากกว่ามั้ง...พ่อว่าที่นักร้องดัง....”พูดจบจินโยนผมลงบนเตียงสีมอซอ หมอนั่นมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก ดูจะหงุดหงิดงุ่นง่านเล็กๆเมื่อได้ยินประโยคที่ฟังดูเลอะเทอะ หลังจากนั้นไม่นานนักจินก็หายไปทิ้งให้ผมนอนปวดหัวบนเตียงนุ่มสกปรกๆตามลำพัง
ผมดื่มไปตั้งแต่เมื่อไหร่... และมากแค่ไหนกันนะ
รู้แค่ว่า อยากจะลืมคำถามที่มันหาทางออกไม่ได้ไปให้หมดเท่านั้นเอง
เสียงประตูปิดลงอีกครั้งโดยเจ้าของบ้าน ผมขยับตัวให้ชิดกำแพงเผื่อที่สำหรับอีกฝ่ายให้ขึ้นมานอนข้างๆกันเหมือนครั้งก่อน หากแต่จินไม่ได้ล้มตัวลงมา เขานั่งอยู่บนเตียงแล้วยื่นมือมาใกล้ วางผ้าเช็ดตัวชุบน้ำอุ่นๆลงบนหน้าผาก ก่อนจะค่อยๆไล้เช็ดตลอดทั่วใบหน้าให้ผมผ่อนคลาย
“แดงไปหมดแล้ว รู้ตัวหรือเปล่า?”
“อะไร?”
“ก็ทั้งหน้า ทั้งคอ... แล้วก็.....”เสียงทุ้มต่ำของจินเงียบหายไป ผมจึงค่อยๆปรือตาหนักๆขึ้นมามองอีกฝ่าย ดวงตารูปสวยของเพื่อนเก่าหรี่ลงขณะที่เนื้อของริมฝีปากล่างถูกขบเอาไว้ด้วยฟันขาวเรียงตัวสวย ผ้าที่เช็ดไล่อยู่บริเวณลำคอลากลงมาต่ำเรื่อยๆ ทาบทับผิวกายที่ร้อนฉ่าลงมาตามสาบเสื้อ ชายหนุ่มใช้เพียงปลายนิ้วสะกิดเท่านั้น ความเย็นวาบของอากาศภายนอกก็ลอยมาปะทะผิวกายที่ถูกปลดเปลื้องได้ไม่ยากเย็น
“.พี........”เสียงครางต่ำในลำคอนั่นบอกได้ดีถึงสิ่งที่อยู่ในความรู้สึก เราสบตากันโดยบังเอิญก่อนที่คาสโนว่าหนุ่มจะเป็นฝ่ายโน้มตัวลงมาตามสัญชาตญาณ
นี่ผม....ทำอะไรอยู่กันนะ
“จิน...ฉะ.....ฉันเมาอยู่นะ....” ผมเอ่ยขึ้นเมื่อปลายจมูกอีกฝ่ายชิดกันจนเกินไป ดวงตากลมโตอยากจะเบือนหลบสายตาร้อนแรง หากแต่ผมกลับไม่อาจทำอะไรได้ดั่งใจราวกับถูกสะกดด้วยความหล่อเหลาและเซ็กส์แอพเพียลของบุรุษตรงหน้า จินตวัดลิ้นเลียกลีบปากแล้วใช้สายตาหยาบโลนมองมายังริมฝีปากอิ่มของผมด้วยความกระหาย
“นั่นไม่ใช่เหตุผลสักหน่อย....”
“นะ...นายจะฉวยโอกาสกับคนเมาอย่างนั้นเหรอ?”
“ฉันต้องแคร์หรือเปล่า? ถึงนายไม่เมา พี ฉันก็ไม่มีทางปล่อยให้นายรอดเป็นครั้งที่สองอยู่แล้ว....”จินพูดด้วยเสียงแหบพร่า ดวงหน้าราวเทพบุตรโน้มลงมาต่ำเรื่อยๆกระทั่งผิวเนื้อสัมผัสกัน
ปลายจมูกที่เกลี่ยอยู่บนแก้มแดงไม่ได้ทำให้ผมใจเต้นเท่ากลีบปากที่ค่อยๆทาบทับลงมา หัวไหล่ทั้งสองข้างของผมถูกกดให้จมลงกับฟูกที่นอน ขณะที่ขายาวของจินกวาดขึ้นมาคร่อมผมให้อยู่ในอาณัติเต็มตัว
“....ขอโทษนะที่ต้องทำแบบนี้.. จะว่าฉันร้ายก็ได้ แต่ถ้าฉันกอดนายแล้ว....”เสียงนั้นกระซิบต่ำในลำคอ ลมหายใจร้อนเป่ารดใกล้กกหู ขณะที่มือหยาบค่อยๆไล่เฟ้นลงบนผิวกายสีน้ำผึ้งของผมช้าๆ แต่นุ่มนวล ก่อนจะพูดต่อ
“นายจะไม่กลับไปหาโทมะอีก... ใช่ไหม?”
“.......................”
“นายจะรู้สึกผิดกับหมอนั่นจนเจอหน้าไม่ได้อีกเลย.......ใช่ไหม?”
ภาพของชายหนุ่มที่จงรักภักดีกับตัวเองมาตลอดผุดขึ้น และนั่นเหมือนเรียกสติอันเรือนรางของผมให้กลับคืนมา ผมไม่ควรอยู่ที่นี่ ไม่ควรนอนใต้ร่างจินแบบนี้ และที่สำคัญ...
ผมไม่ควรจะนอกใจโทมะเลยสักนิด
“จิน.. อย่า.....” เสียงของตัวเองเอ่ยห้ามพลางเบือนหน้าหนี ไหล่ที่ถูกกดเอาไว้ทำให้ผมทำอะไรไม่ได้นอกเสียจากกำผ้าปูที่นอนไว้แน่น ปลายจมูกคมไล่ระตามผิวแก้มที่ผมเอนเอียงหนี ก่อนฟันขาวจะค่อยๆขบลงตามสันกรามสลับกับปลายลิ้นร้อนชวนให้ผมเคลิบเคลิ้ม
ผมใช้หางตาตวัดกลับมามองอีกฝ่ายและเมื่อเห็นแววตาดุดันจ้องมองมาก็ต้องหลับตาลงมิด
“ฉันไม่ฟังนายหรอกพี.....” จินเอ่ยเสียงแข็ง ก่อนจะโอนผ่อนลงในประโยคถัดมา “ตราบใดที่นายไม่ห้ามฉันจริงจัง...”
จากนั้นมือใหญ่ก็ช้อนเข้าระหว่างหมอนกับแก้มที่แนบลงบนผ้า บังคับให้ผมหันหน้ามารับจูบจากกลีบปากหยักนุ่มละมุนของอีกฝ่าย
จูบแสนหวานที่ต่างต้องการกันและกันอย่างโหยหาไม่มีที่สิ้นสุด
ถูกของจิน ผมไม่ได้ห้ามอีกฝ่ายจริงจังเลยสักนิด...
นั่นเป็นเพราะเจ้าปีศาจที่แฝงอยู่ในอกลึกๆมันเรียกร้อง.. ผมโหยหาอ้อมกอดของจินเสมอมา
ความทรมานจากการเฝ้ามองแผ่นหลังอีกฝ่ายมาตลอด สุดท้ายก็ชนะผิดชอบชั่วดีที่ตัวเองควรจะมีให้มากกว่านี้
ผมรักจิน..
ไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานเท่าไรก็ตาม
ปลายนิ้วหยาบค่อยๆไล่แทรกเข้ามาในเรือนผม กดย้ำน้ำหนักให้ริมฝีปากของเราแนบบดคลึงกันมากกว่าเก่า ปากอิ่มของผมเผยอออกยามเมื่อรับรู้ถึงกล้ามเนื้อชื้นที่แตะเล็มโดยรอบ ก่อนจะรับปลายลิ้นนุ่มอีกฝ่ายให้เข้ามาตวัดตอดรัดในโพลงปากอย่างโหยหา
ผมรู้สึกได้ถึงความรักและความต้องการที่ผสานมาจากลมหายใจที่ถ่ายทอด
และมันก็ทำให้ผมมึนงงไปชั่วขณะ
“อึก...จิน.....” เสียงของตัวเองดูสั่นพร่าอย่างน่าอาย รสจากริมฝีปากของจินชวนเคลิบเคลิ้มเสมอๆทุกครั้งที่เราจูบกัน ความรู้สึกที่เกิดขึ้นพร้อมๆกับจุมพิตเป็นสิ่งที่ผมไม่อาจจะเรียบเรียงออกมาเป็นคำพูดได้ ความเชี่ยวชาญของเพลย์บอยที่ฝึกฝนมาอย่างดีตั้งแต่สมัยมัธยม กำลังปลุกเร้าความต้องการเบื้องต่ำของผมให้ปะทุขึ้นมาอย่างง่ายดาย
จูบที่ชวนให้ผมหลงละเมอ กับมือใหญ่ที่ซอกซอนไปตามเนื้อผ้าและปลดเปลื้องมันออกโดยที่ผมไม่ทันตั้งตัว
กว่าที่ผมจะรู้สึกตัวอีกครั้ง จินค่อยๆดึงเสื้อที่หมิ่นเหม่ใกล้หลุดของผมให้ไหลลงไปกองข้างเตียงอย่างง่ายดายเสียแล้ว
เปลือกตากลมโตที่ปิดสนิทของตัวเองค่อยๆปรือเปิดขึ้นด้วยความประหลาดใจเมื่ออีกฝ่ายหยุดการกระทำเสียดื้อๆ จินใช้แขนข้างหนึ่งยันตัวขึ้นจากที่นอนแล้วลากสายตาไปตามแผ่นอกเปลือยเปล่า
ผมรู้สึกวูบไหวอย่างประหลาด เมื่อพบว่าดวงตาดำขลับของจินมันวาวราวกับเสือที่กำลังจะตะครุบลูกกวางอยู่รอมร่อ
“....ฉันไม่เคยคิดเลยว่าผู้ชายอย่างนายจะสวยงามได้ขนาดนี้......” จินพูดทั้งปากและสายตาจนผมรู้สึกร้อนวูบวาบบริเวณปรางค์แก้ม ผมพยายามเบือนหน้าหลบสายตาแม้จะรู้ว่ามันทำได้ยากยิ่งก็ตามที
“อึก....” และเพียงแค่ละสายตาจากจินไปครู่เดียวเท่านั้น ปลายลิ้นร้อนของอีกฝ่ายก็แตะลงละเลงบนยอดอกสีระเรื่อให้ผมต้องกัดปากระงับเสียงที่เล็ดลอดออกมา น้ำลายเหนอะไล้ไปตามผิวเนื้อ ตวัดเล้าโลมดุนดันจนยอดอกสีฉ่ำเปียกชุ่มแข็งเป็นไต ขณะที่มืออีกข้างเคลื่อนไล้ลงต่ำ กระตุกเข็มขัดหนังไล่ไปจนถึงกระดุมกางเกงจนมันหลุดพ้นออกจากร่างกายจนเหลือเพียงผิวเนื้อนวลสะท้อนกับแสงไฟ ให้สายตาคมจับจ้องเป็นอาหารตา
“อ๊ะ.....” ผมอุทานขึ้นมาเมื่ออาคานิชิละริมฝีปากออกจากแผ่นอกลงต่ำ เรียวขาของตัวเองถูกมือหยาบบังคับให้รั้งขึ้นตั้งชันไปกับเบาะแล้วใช้ข้อศอกดันแยกออกเผยให้เห็นสัดส่วนที่น่าละอายเต็มสองตา ก่อนใบหน้าคมจะก้มลงบริเวณหว่างขาเปลือยเปล่าให้ผมเบิกตาขึ้นกว้าง เพราะนอกจากฝ่ามืออุ่นที่ประคองร่างกายที่ไม่เคยให้ใครได้สัมผัสแล้ว ปลายลิ้นร้อนดุจเปลวเพลิงก็รุกเร้าโลมเลียร่างกายไปมาจนขาของผมกระตุกสั่นไหว
ผมยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาปิดปากที่เม้มสนิทเอาไว้กลั้นเสียงอื้อฉาว อีกทั้งหมายให้มันบดบังใบหน้าที่เหยเกบิดเบี้ยวไปตามแรงตัณหาอันร้อนเร่าซึงประทุขึ้นมาจนไม่อาจควบคุมตัวเองได้ต่อไป
....ช่างน่าอับอายเหลือเกิน...
ยิ่งเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นปากสีคล้ำของชายหนุ่มดูดกลืนส่วนนั้นอย่างไม่รังเกียจ ขณะที่แววตาคมกลับจับจ้องใบหน้าของผมราวกับจะไม่ยอมเสียเวลากระพริบตาเลยสักวินาทีกำลังแผดเผา ผมยิ่งรู้สึกราวกับอยากจะหายตัวจมไปในเบาะที่นอนเสียให้รู้แล้วรู้รอด
“เรียกชื่อฉัน....พี.......” เสียงนั้นกระซิบพร่าตอนที่ละริมฝีปากออกจากเอ็นเนื้อที่เริ่มชาหนึบจนมีหยดน้ำเหนียวข้นไหลออกมาส่วนปลายเพียงเล็กน้อยก่อนจะก้มลงไปดูดกลืนเรือนร่างต่อ
ผมส่ายหน้ารัว... ใครจะยอมทำเรื่องน่าอายแบบนั้น ให้จินแทะเล็มร่างกายของตัวเองแล้วจะให้ครางเสียงกระเส่าด้วยชื่อของอีกฝ่ายอย่างนั้นน่ะหรือ...??
ผมไม่มีทาง ไม่มีทางทำเด็ดขาด!
“อ๊ะ......” แต่ดูเหมือนคาสโนว่าหนุ่มจะมีวิธีของตัวเอง เพราะเมื่อผมส่ายหัวดิกเท่านั้น ปลายนิ้วที่ถูกซ่อนเอาไว้ด้านหลังก็กดสอดเข้ามาภายในให้ผมสะดุ้งสุดตัว ขาที่ยกชันอยู่ยิ่งกระตุกสะท้าน ด้านของมือที่ใช้ปิดปากอยู่เมื่อครู่ ผวาเลื่อนลงมาจิกผ้าปูที่นอนเอาไว้แน่น
“พี....ครางออกมา”จินเอ่ยเร่งเร้า ถึงแม้ประโยคนั้นจะออกมาในรูปแบบของคำสั่ง หากแต่ด้วยน้ำเสียงและแววตาที่มองมากำลังบอกผมว่ามันคือประโยคร้องขอ
ผมค่อยๆหลับตาลงเมื่อปลายนิ้วที่สอดแทรกอยู่ภายในขยับเบาๆ ก่อนเพิ่มจำนวนในช่องทางที่รัดรึงจากหนึ่งเป็นสอง ดันเข้าเป็นจังหวะไม่เร่งรีบพลางดึงออกให้ผมเผลอไผลไปกับความรัญจวนที่หมุนคลึงอยู่ภายใน
“อึก.........จะ...จิ...น.....อา...” สุดท้ายความรู้สึกสะท้านที่แล่นริ้วจากด้านหลังบีบแน่นในอกให้หัวใจสั่นไหว ผลักดันให้ตัวเองเผยอกลีบปากครวญครางออกมาโดยไร้ซึ่งความเขินอาย ส่ายสะโพกไปตามแรงขับเคลื่อนจากฝ่ามือ และตอดรัดสองนิ้วที่ดุนดันเข้าออกราวกับจะบอกว่าผมชอบให้มันขยับเช่นนั้น...
และต้องการจะรู้สึก
...รู้สึกให้มากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว
“ฮะ....อ๊ะ..อ๊ะ..!” และกิริยาของตัวเองที่ร่ำร้องดูเหมือนอีกฝ่ายจะอ่านมันออกด้วยประสบการณ์ จินเร่งจังหวะกระแทกเข้ามาจนผมต้องเผยอปากกรีดร้อง ผมได้ยินเสียงลมหายใจฟืดฟาดของอีกฝ่าย ทว่ามันช่างเบาเหลือเกินเมื่อเทียบกับตัวเอง กระทั่งกลีบปากคล้ำแนบลงมา ดูดดึงสัมผัสให้เสียงลมหายใจหอบกระชั้นของทั้งคู่เงียบลง เปลี่ยนแปลงเป็นเสียงจ๊วบจ๊าบของกลีบเนื้อผสมกับน้ำลายฟัดกันนัวอยู่นานนับนาที
โลกหมุนเคว้งไปหมด มันยิ่งกว่าตอนที่ผมกระดกเบียร์เหยือกกว่าๆเมื่อตอนหัวค่ำเสียอีก
ทว่าห้วงอารมณ์ที่ผมดำดิ่งไปสู่ความเคลิบเคลิ้ม ความอึดอัดครั่นเนื้อตัวก็แล่นปราดขึ้นมาเมื่อเรียวนิ้วที่สอดแทรกอยู่ภายในถอนตัวออก ผมกระพริบตาถี่ๆสองถึงสามครั้งไล่หยาดน้ำที่ฉ่ำอยู่ใต้เปลือกตาพร้อมกับพยายามเรียกสติรวบรวมความรู้สึกหลายๆอย่างที่ประดังประเดเข้ามาจนแยกไม่ออกให้กลับมาอีกครั้ง ทั้งหวั่นใจ อับอาย สุขสม แม้กระทั่งรู้สึกผิด จนเสียงซิปกางเกงเลื่อนครูดลงของอีกฝ่ายดังขึ้น ผมที่รู้ตัวดีว่ากำลังจะเกิดอะไรเป็นลำดับต่อไปก็รีบถดตัวหนีด้วยความหวาดกลัว กระนั้น ก็ยังไม่ทันแขนแกร่งที่รวบเอาท่อนเอวบางยึดแน่นไม่ให้ขยับหนีไปไหน
แกนเนื้อแข็งขึงที่ขยายขนาดจนน่าเป็นกังวลถูกดึงขึ้นมาเหนือบอกเซอร์ พร้อมกันกับสะโพกหนาขยับแทรกสู่กึ่งกลางหว่างขาจนร่างกายเปลือยเปล่าของเราแนบชิดกัน
“ไม่เป็นไรพี.... ฉันจะทำเบาๆ” ถึงเสียงนั้นจะกระซิบต่ำให้ผมอุ่นใจ ทว่าทั้งขนาดของมันและความสัมพันธ์ที่เลยเถิดขึ้นทุกขณะกลับทำให้ผมส่ายหน้าระวิง กลีบปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นเป็นเหตุให้จินต้องโน้มตัวลงมาจูบปลอบประโลมเหนือหน้าผาก แล้วไล่สันจมูกโด่งรั้นซุกไซร้เรื่อยลงมาตามลำคอให้ผมวางใจเหมือนลูกแมวถูกเกาคอ
สัมผัสที่ทาบทับลงมา ทำให้หัวใจผมเต้นช้าลงกว่าเดิมเล็กน้อย
และเมื่อกลีบปากชื้นบรรจงมอบจุมพิตเบาๆให้ผมอุ่นใจ ตัวเองก็เผลอไผลลืมเรื่องที่กังวลไปเสียสิ้น
“จะ....จิน...” ผมเอ่ยเรียกชื่อผู้ชายตรงหน้าอย่างไร้เหตุผล มือเล็กค่อยๆยกขึ้นโอบรอบคอชายหนุ่มเบื้องบนแล้วซุกหน้าลงบนลาดไหล่กว้าง ดวงตากลมหลับเกร็งแน่นเมื่อร่างกายแข็งขืนและร้อนผ่าวของอีกฝ่ายดุนดันอยู่ด้านหลัง บั้นท้ายกลมกลึงถูกนวดเฟ้นด้วยมือหยาบก่อนจินจะค่อยๆจับแยกมันออกให้กว้าง และค่อยๆแทรกตัวเข้ามา
“อึก....จะ..เจ็บ...อะ...อ๊า!!!” ดวงหน้าหวานของตัวเองสะบัดขึ้นกรีดร้องเมื่อร่างกายถูกชำแรก ช่องทางที่ไม่เคยมีผู้ใดรุกล้ำราวกับกำลังฉีกขาด ผมไม่อยากจินตนาการไปถึงท่อนเนื้อสีทะมึนนั่นเลยสักนิดว่ามันสามารถแทรกตัวเข้ามาได้อย่างไร ทว่า อีกฝ่ายก็ยังสามารถดันทุรังสอดใส่เข้ามาจนสุด
“อึก.....เจ็บ...จิน.....ฮึก...” น้ำใสไหลเอ่อตรงสองขอบตาอย่างเกินหักห้าม ผมรู้สึกร้าวระบมราวกับจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ซึ่งในจุดนี้ จุมพิตบริเวณหน้าผากจากริมฝีปากหยุ่นของจินก็ไม่อาจช่วยบรรเทาได้เลยแม้แต่น้อย
“ยะ..อย่าเกร็งคนดี...” จินกระซิบบอกผมรอดไรฟันที่ขบกันแน่นจนกรามสั่น
ผมรู้สึกถึงผิวหนังที่ตอดรัดซึ่งกันและกันทุกทีตามจังหวะการเต้นของหัวใจ ยิ่งหัวใจของจินเต้นแรงแค่ไหน ภายในก็ยิ่งเหมือนถูกปลุกเร้าด้วยท่อนเนื้อที่เสียดสีกับผนังจนผมทรมานแทบทนไม่ได้ ขาเรียวถูกมือหนาช้อนดันขึ้นสูงจนเข่าชนเข้ากับแผงอก จากนั้นจินก็กดสะโพกลงมา แทรกตัวลึกจนผมจุกไปทั่วสรรพางค์กาย แล้วถอนตัวออกช้าๆ ก่อนจะกดย้ำเหมือนเดิมใหม่อย่างใจเย็น
“อึก...อื้อ...จิน.....”
“เรียกอีก...พี...เรียกชื่อคนที่นายกำลังกลืนกินเข้าไปดังๆ.....” จินยังคงคำรามรอดไรฟัน อารมณ์ดิบซ่านถูกผลักดันให้ขึ้นสูงเสมอเหมือนสิ่งเสพติด
จังหวะขยับโยกค่อยๆเกิดขึ้นจากช้าเนิบนาบ และเร็วถี่ขึ้น ผมหลับตาแน่นเมื่ออีกฝ่ายขย่มโยกเรือนกายอัดกระแทกเข้าไปสุดลำให้ผมกระตุกไหว
ความรู้สึกอิ่มเอมถูกเติมเต็มก่อนที่จะโหยหามากขึ้น และมากขึ้น
แรงเสียดสีภายในยิ่งทำให้ผมคลั่ง คลั่งมากกระทั่งหลงลืมความรู้สึกแสบที่สะโพกยามหน้าขาของจินกระทบเป็นจังหวะ
มือบางพยายามไขว่คว้าขยี้ขยำผ้าปูเตียงเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แล่นริ้วยามถูกกระแทกแกนกายด้วยน้ำหนักที่ถี่เร็วขึ้นทุกลมหายใจ
“บอกสิ... พี...อา.....นาย เป็นของใคร” เสียงทุ้มเอ่ยถาม สลับกับเสียงครางต่ำในลำคอ ผมไม่อาจลืมตาขึ้นมาสบตากับคนเบื้องบนได้ จึงได้แต่ครางเรียกชื่ออีกฝ่ายราวกับจะช่วยบรรเทาความทรมานที่แล่นริ้วจนหัวใจสั่นพร่า
“จ...จิน....”หากแต่อีกฝ่ายกลับไม่หยุดแค่นั้น จินถามซ้ำด้วยคำถามที่ทำให้ผมมึนงงยิ่งกว่าเก่า“...ใคร...อา....นายเลือกใคร...”
สะโพกหนาจงใจถอยหนีออกห่าง ก่อนจะกระแทกตัวพรวดพราดเข้ามาให้ผมผวาเรียกชื่อชายหนุ่มพร้อมกระตุกผ้าปูที่นอนให้หลุดติดมือขึ้นมา “...อ๊ะ....จิน......อา....”
ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังสั่นไหวไปทั่วร่าง ความร้อนรุ่มใช่สุมเพียงในอก มันกำลังกลั่นออกมาเป็นหยาดเหงื่อบริเวณรอบไรผม ใบหน้าของตัวเองคงมันวาวเพราะกิจกรรมที่ร้อนผ่าว จินกระซิบเสียงเบาพลางเน้นสะโพกลงมาเป็นจังหวะ
“เป็นของฉัน เป็นคนของฉันคนเดียวนะ....ให้ชั้นได้ทำ แบบนี้...อา....แบบนี้... แล้วก็...แบบนี้กับนาย....”เสียงนั้นเงียบหายไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อแหบต่ำ“แค่คนเดียว.....”
“อ๊า...จิน....อืก......”ปากอิ่มเผยอครางเรียกชายหนุ่มเบื้องบน ลืมหมดสิ้นซึ่งความเขินอายที่เคยมีในเมื่อนาทีนี้ผมไม่อาจควบคุมสิ่งที่ร่างกายร้องขอได้อีกต่อไป
ผมอยากให้ร่างกายกำยำสอดใส่เข้ามาให้มากกว่านี้รุนแรง...มากกว่านี้
“พี.........” หากแต่อีกฝ่ายกลับประวิงเวลา แม้ช่องทางของผมจะตอดรัดราวใกล้ขาดใจ จินถามผมเสียงต่ำเป็นประโยคสุดท้าย “รู้สึกกับฉันยังไง.....”
และนั่นไม่ใช่เรื่องที่ผมลังเลจะตอบเลยสักนิด ความจริงเด่นชัดแน่นในอก สุมทรวงตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่ตัวเองอยากจะระบายมาเนิ่นนาน ผมกอดคอชายหนุ่มให้ก้มลงมาชิดมากขึ้นและนั่นยิ่งทำให้ร่างของจินกดเรียวขาแนบกับแผ่นอกมากกว่าเดิม ตอบอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำ
“....ฉันรักจิน...”
อาคานิชิยิ้มที่มุมปากตอนที่ผมลืมตา เขาก้มตัวลงมาจูบที่ปากแดงอีกครั้งก่อนจะกระซิบบอกด้วยความพึงพอใจ“ดีมาก....เด็กดี....อะ...อา...”
พูดจบชายหนุ่มก็กระทั้นสะโพกเร่งจังหวะเข้าหาช่องทางอันแสนอุ่นนุ่มก่อนจะกระชากแขนของผมขึ้นแรงให้เซถลาลุกจากเตียงมานั่งซ้อนตัก มือใหญ่จับบั้นเอวคอดของผมกดเข้าสวนทางกับท่อนเนื้อที่กระแทกเข้าไป
สติที่พึงมีลบเลือนไปขณะที่ผมถูกจับโยกจนหัวสั่นหัวคลอน
ผมต้องการจิน....ต้องการแค่จินคนเดียวเท่านั้น
“อ๊ะ...อ๊า....” เสียงกรีดร้องครางขึ้นพลางสะบัดใบหน้าจนเม็ดเหงื่อสาดกระเซ็น ปลายเท้าที่คร่อมผ่านหน้าตักหนาจิกกับผืนเตียงแล้วส่งแรงดันให้ขยับขึ้นลงกระแทกสวนทางอีกฝ่ายเพื่อเติมเต็มซึ่งกันและกันให้ตรงกับจุดกระสันซ่าน
เร่งเร้าให้พาห้วงอารมณ์ลอยละล่องไปตามใจปรารถนา
“จิน....อือ….” ผมครางเครือเรียกชื่ออีกฝ่ายเมื่อถูกพาทะยานขึ้นสูง ช่องทางด้านหลังตอดรัดแกนเนื้อของจินรุนแรงและเร็วถี่
ผมวางมือตัวเองเกาะบนบ่าจินไว้เสียแน่นพลางกัดกลีบปากล่างระงับอารมณ์ที่พร้อมจะปลดปล่อยออกมาเมื่อตัณหาเดินทางถึงฝั่งฝัน
“พี..ฉัน..อึก...รักนาย...ฉันรักนาย” จินเอ่ยออกมาเสียงสั่น ผิดกับมือหยาบที่จับสะโพกเล็กไว้มั่นสวนทางลงมากับร่างกายที่สอดลึกจนสุดตัวอย่างรุนแรงสองสามครั้ง ก่อนจะเกร็งสะท้านปลดปล่อยหยาดน้ำแห่งความสุขเข้ามาเป็นสายพร้อมกับผมที่กระตุกกายสั่นปลดปล่อยลงมาเต็มหน้าท้องของตัวเองและชายหนุ่มจนเปียกแฉะ
เสียงหอบหายใจดังกึกก้อง เหงื่อไคลไหลโทรมกายแม้ในห้องจะไม่ได้เปิดฮีทเตอร์ให้อุณหภูมิอุ่นลงก็ตาม
ทั้งสองร่างของเรายังคงสั่นไหว กลิ่นคาวของเลือดเพิ่งลอยคละคลุ้งมาเตะจมูกให้ผมรู้ตัวว่าร่างกายของตัวเองเกิดบาดแผลขึ้นจากกิจกรรมครั้งแรกเข้าเสียแล้วก่อนจะซบศีรษะลงบนลาดไหล่และทบทวนซ้ำๆว่า ผมทำอะไรลงไป...
จินจูบซ้ำๆลงบนเรือนผมที่เปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ ก่อนจะค่อยๆดันผมให้เอนตัวลงนอนราบกับพื้นเตียงอีกครั้ง จากนั้นก็ล้มตัวลงนอนข้างๆกัน
ชายหนุ่มยังคงใช้ปลายจมูกซุกไซร้ไปตามเรือนผมและกกหู พลางประคองกอดผมอย่างทะนุถนอมไว้ด้วยสองแขนอย่างอบอุ่น ขณะที่ผมเองกลับนอนแน่นิ่งลืมตาขึ้นมองฝ้าเพดานอย่างเลื่อนลอย
ผมให้ชายอื่นกอดไปแล้ว...
ครั้งแรกที่แสนจะหวงแหนนักหนา สุดท้ายก็ยินยอมอีกฝ่ายง่ายๆเหมือนผู้ชายชั้นต่ำ
ขืนเป็นแบบนี้ พรุ่งนี้ผมจะทำยังไงต่อไป...
จริงอย่างที่จินพูดทุกอย่าง... ผมจะมีหน้าไปเจอโทมะได้ยังไง....
แต่ที่สำคัญมากกว่านั้น... ผมกับจิน จะมองหน้ากันได้ในฐานะอะไร...
คำถามที่ประดังประเดเข้ามาอย่างไม่มีที่สิ้นสุดกำลังทำให้ผมเวียนหัว ไม่มีวินาทีไหนเลยที่ใช้ร่วมกับจินแล้วผมไม่ต้องมีคำถามว่า วันนี้ พรุ่งนี้ ต่อไป จะทำยังไง...
ผมคิดเรื่องของจินมากเกินไป..
มาก... จนหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ว่าทำไมต้องคิดแต่เรื่องของจินตลอดเวลาอย่างนี้...
ไม่สิ... อันที่จริงผมรู้คำตอบของมันดีอยู่แล้ว หากแต่ไม่อยากจะยอมรับต่างหาก...
ผมรักจิน จนไม่อาจละทิ้งเรื่องใดๆระหว่างเราได้เลย... สักเรื่องเดียว
แม้ว่าที่... ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเรา จะเต็มไปด้วยอุปสรรคและขวากหนาม ก็ตาม
THE END OF PART
Main Cast:Akanishi-Yamashita
Authors:nishi
Type: Romantic Drama
Part: The first
**************
************
Warning! NC18 Part
การที่ได้อยู่ท่ามกลางเสียงอึกทึกครึกโครมของดนตรีแนวเร่งเร้า และกลิ่นของแอลกอฮอล์ผสานกับร่างกายร้อนฉ่าของผู้คนจำนวนมากไม่ใช่เรื่องที่แปลกใหม่สำหรับผม หากแต่ตัวเองที่เป็นเพียงนักศึกษาธรรมดาๆได้มาเป็นหนึ่งในจำนวนผู้คนหลายสิบซึ่งมีตำแหน่งหน้าที่การงาน จวบไปถึงชื่อเสียงทางสังคมพอตัวทำให้อดประหม่าไม่ได้ ถึงจะมีคนที่สนิทๆกันอย่างจินเป็นคนพามาอยู่ด้วย แต่เจ้าตัวกลับถูกประกบซ้ายขวาด้วยเจ้าภาพของงานอย่างทาคิซาว่า และคาเมนาชิจนผมต้องนั่งแกร่วจิบมาตินี่ในมุมหนึ่งที่ไม่ห่างจากตัวคนรู้จักเท่าไหร่นัก
เรื่องความฝันของจินที่จะได้ทำเพลงอย่างที่ใจรักนั่นผมรู้มานานแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่กำลังทำให้ตัวเองรู้สึกแปลกไปคือในคอนเสิร์ตที่ผ่านมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า ตัวผมซึ่งได้รับโอกาสโดยบังเอิญให้ไปดูอยู่ในส่วนVIPกับทาคิซาว่าและทีมงานคนอื่นๆ ดันสังเกตได้ถึงแววตาเป็นประกายของทัคกี้ซัง ชายหนุ่มวัยย่างเข้าสามสิบที่ใครๆต่างขนานนามว่าเป็นเจ้าป่าแห่งวงการบันเทิง จับจ้องไปทุกการกระทำของเกสท์หน้าใหม่ จินแสดงได้ดีมากจนผมเองก็อดทึ่งไม่ได้ เขาร้อง เต้น และเล่นกับแฟนคลับอย่างเป็นมืออาชีพจนผมแทบจะไม่เชื่อเลยสักนิดว่านั่นคือคอนเสิร์ตครั้งแรกของชายหนุ่ม และเพราะเหตุนั้นกระมัง ทาคิซาว่าจึงดูมีความสนอกสนใจในตัวจินจนอย่างเห็นได้ชัด
อาคานิชิกำลังค่อยๆห่างผมออกไป ถึงในใจกำลังอยากจะร้องไห้ แต่ก็ได้เพียงบอกกับตัวเองว่า นั่นมันดีแล้ว...
ดีแล้วที่จินมีอนาคตที่ดี และปัญหาที่คาราคาซังกันตอนนี้ก็คงยุติลง...
ผมกระดกมาตินี่หมดเป็นแก้วที่เท่าไหร่แล้วตัวเองก็ยังจำไม่ได้ ความร้อนฉ่าแล่นตึงริ้วไปทั่วใบหน้า เมื่อได้มองจินหัวเราะและคุยกันอย่างถูกคอกับคาเมนาชิก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลกๆ เพิ่งเจอกันเมื่อตอนก่อนขึ้นคอนเสิร์ตไม่ใช่หรือยังไง ทำไมถึงได้สนิทชิดเชื้อกันได้รวดเร็วเสียขนาดนั้น
อ๊ะ... มือขาวจัดของคาเมะจัง... ทำไมถึงไปวางอยู่บนหน้าตักกว้างของจินได้..??
ผมสะบัดหน้าพรืดเมื่อหัวใจรู้สึกบีบๆ ริมฝีปากล่างยกขึ้นมาเหนือฟันเล็กน้อยแล้วขบมันราวกับจะหักห้ามความรู้สึกร้อนผ่าวบนกรอบตา ผมเมา... คงเมาแล้วแน่ๆถึงได้รู้สึกกระสับกระส่าย ครั่นเนื้อครั่นตัวเสียขนาดนี้ มือเล็กสีน้ำผึ้งกำ แล้วคลายอยู่บนแก้วทรงสูงที่เย็นจัดแม้เครื่องดื่มข้างในจะหมดแล้วก็ตาม ก่อนแก้วทรงเดียวกันที่ยังคงจุของเหลวสีส้มฉูดฉาดจะยื่นมาตรงหน้า เรียกให้ผมเงยขึ้นไปสบตากับเจ้าของความใจดีที่หยิบยื่นเข้ามาให้ใหม่
“คะ... คาเมะจัง....”
“รับไปสิ อ๊ะ ข้างๆนี่นั่งได้หรือเปล่า?”
“เชิญฮะ” ผมตอบเสียงเบาแล้วส่งยิ้มขื่นๆให้เมื่อรับเซ็กส์ออนเดอะบีชมาจากมือขาวเพรียวผิวละเอียดของคาเมนาชิ ก่อนจะขยับที่บนโซฟาขนาดสองคนนั่งให้นักร้องดังทรุดตัวลงมาด้วย ขายาวของคาซึยะถูกปกปิดไว้ด้วยกางเกงยีนส์แบรนด์เนมนั่งไขว่ห้างกัน ขณะที่ในมือถือเครื่องดื่มชนิดเดียวกับผมยกขึ้นจิบเป็นระยะๆ
“สงสัยฉันจะกลายเป็นหมาหัวเน่าไปเสียแล้วสิ” อยู่ๆเจ้าของดวงตารีที่ทอดมองออกไปยังบอสใหญ่กับจินก็เอ่ยขึ้นเบาๆ กลีบปากบางจัดค่อนข้างแดงกระตุกยิ้มเพียงเล็กน้อยแล้วโคลงหัวไปมาก่อนจะพูดต่อ
“ดูก็รู้ใช่มั้ยล่ะ ทักกี้น่ะ สนใจแฟนนายจนออกนอกหน้าเชียว”
“ถึงแบบนั้น คนที่มีความสามารถอย่างคาเมะจังก็ไม่มีทางตกกระป๋องหรอกฮะ อย่ากังวลไปเลย” ถึงแม้อีกฝ่ายจะดูเหมือนพูดเชิงหยอกไม่จริงจังนัก กระนั้นตัวเองก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยประโยคที่น่าจะทำให้คาเมนาชิวางใจลงบ้างขึ้นตามลักษณะนิสัย ดวงตากลมโตเหลือบไปมองเสี้ยวหน้าของนักร้องหนุ่มครู่หนึ่งแล้วก้มลงมองมือที่ถือแก้วของตัวเองเอาไว้ต่อ
“ดีจังเลยนะ นายน่ะ เก่งในเรื่องพูดจาให้กำลังใจคนอื่นๆแบบนี้เสมอๆเหรอ?”เสียงออกโทนแหลมแปร่งๆของคาเมนาชิเอ่ยเคล้ากับเสียงหัวเราะ แรงยวบบนเบาะกำมะหยี่ทำให้ผมรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังเอนตัวพิงกับพนักพิงในท่าทีสบายๆ
“ถ้าเป็นแบบนั้นจินคงมีกำลังใจในการทำงานเยอะเลยล่ะ เพราะคนที่ก้าวเข้าสู่วงการนี้ได้ต้องผ่านแรงกดดันมากเลยนะ มีทั้งคนที่ชอบ ทั้งคนที่เกลียด...” เสียงนั้นยังคงพูดต่อด้วยความเข้าใจผิด ตัวผมเองแม้อยากจะปฏิเสธเรื่องความสัมพันธ์เชิงชู้สาว แต่ปีศาจในใจดวงเล็กๆกลับคอยตะโกนบอกให้เงียบไป
ถูกเข้าใจว่าตัวเองมีความสำคัญกับจินแบบนี้ ถึงแม้จะไม่ใช่เรื่องที่ดี แต่ผมก็กลับยินดีที่จะให้เป็นแบบนั้น
“ถ้าอยู่กับจินได้นานๆก็ดีสินะ.... นายน่ะ ” อยู่ๆคาซึยะก็พูดประโยคที่ทำให้ผมตึงตลอดสันหลังขึ้นมา ดวงตากลมเบิกกว้างเมื่อปลายผมถูกเกลี่ยเบาๆจากสัมผัสของนิ้วนุ่ม คาเมนาชิขยับตัวลุกจากเบาะที่นั่ง เสียงหวานนั่นกระซิบเบาแต่ผมกลับได้ยินชัดข้างหู
“อย่าปล่อยมือจากหมอนั่นเชียวนะ... จินน่ะ เป็นแบบที่ฉันถูกใจ ถ้านายเป็นแรงคอยช่วยผลักดันหมอนั่นให้สามารถมายืนเคียงข้างฉันได้ เรื่องนั้นจะถือว่าดีมากทีเดียว....”เจ้าของประโยคเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อเมื่อเห็นสีหน้าประหลาดใจของผม กลีบปากของคาเมนาชิกดลงยิ้ม แววตารีดุจหมาป่าทอดมองไปยังบุคคลที่กำลังตกเป็นหัวข้อสนทนาอย่างเย็นชา
“ ทัคกี้น่ะ วางแผนจะให้ฉันมีคู่ดูโอ้ รู้สึกกระแสของตัวเองพักหลังๆจะซาลงเยอะเลย ก็อย่างว่าล่ะนะ ฉันเองไม่ค่อยถนัดสร้างข่าวเสียด้วย ถ้าหากเป็นจินที่จะเป็นคู่กับฉันล่ะก็ ฉันจะได้สบายใจหน่อย... ฉันโตมากับวงการบันเทิง นายคงไม่ว่าอะไรนะถ้าฉันจะพูดว่า ฉันไม่อยากให้อาคานิชิมาเกาะฉันดัง....”
“จินไม่ได้เป็นคนแบบนั้นสักหน่อย!”
“ฉันรู้ ฉันรู้... ที่พูดก็แค่.. ไม่รู้สิ นายอาจทำให้จินแสดงพลังของศิลปินออกมามากกว่านี้ได้ แค่นี้ยังไม่พอที่จะทำให้ได้ยืนข้างๆฉันหรอกนะ.....”
“........................”
“แต่ก็อย่างที่บอก ถ้านอกจากจินแล้ว ฉันก็ไม่เห็นจะมีใครที่พอจะชอบใจแล้วนี่นา....” ผมไม่เข้าใจคำว่าถูกใจ ชอบใจ และ เป็นคู่ ของคาเมนาชิ นักร้องหนุ่มที่บางทีมีแววตาเหมือนเด็กหนุ่มไร้เดียงสา แต่เวลาที่พูดถึงเรื่องการงานขึ้นมาล่ะก็กลับพร้อมที่จะเหยียบย่ำและดึงรั้งคนอื่นเพื่อเป็นสะพานทอดสู่ความสำเร็จ ถึงอย่างนั้น ผมกลับอยากให้คาเมะมองว่าจินเป็นเพียงสะพานให้ตัวเองเท่านั้น
เพราะถ้าคำพูดที่ว่า ถูกใจ ชอบใจ และเป็นคู่ มันแฝงมากับความหมายอื่น...
แค่คิดผมก็รู้สึกตีบตันในลำคอจนไม่อยากจะหายใจเสียแล้ว
“ถ้าทนให้แฟนตัวเองเป็นข่าวหลอกๆกับคนอื่นได้ตลอดเวลา นายกับจินก็คงคบกันได้นานล่ะนะ.....ฉันไม่มีเจตนาจะแย่งจินมาหรอก มันเป็นเรื่องของธุรกิจ” เหมือนผู้แก่ประสบการณ์จะอ่านสายตาของผมออก เขาหันมายิ้มให้ที่มุมปากเล็กน้อย ก่อนจะเลื่อนแก้วมาชนกับแก้วของผมที่ถือนิ่งอยู่ในมือเบาๆ
“เราไม่ได้มีเรื่องผิดใจกันใช่มั้ย? ฉันมาขออนุญาตแล้วนะ” อีกฝ่ายพูดด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร หากแต่ผมเองกลับเป็นฝ่ายยิ้มฝืนๆ ในเวลานี้ผมจะพูดอะไรได้นอกเสียจากยกแก้วเซ็กส์ออนเดอะบีชกระดกดื่มรวดเดียวจนหมด ถึงจะไม่อยากแสดงสีหน้าลำบากใจออกมา แต่สุดท้ายมันก็สะท้อนอยู่ในแววตาอยู่ดี
คาเมนาชิเลื่อนมือมากอบกุมฝ่ามือข้างที่วางอยู่บนหน้าตักของผมเอาไว้ แล้วออกแรงบีบเบาๆทั้งๆที่ทอดสายตาออกไปยังอาคานิชิที่คุยกับทาคิซาว่าอย่างออกรส
“อยู่ข้างคนที่มีคนชอบมากๆ ก็ต้องทำใจรับความโดดเดี่ยวของตัวเองเอาไว้เยอะๆนะ โทโมฮิสะ....”น้ำเสียงราบเรียบนั้นผมไม่รู้ว่ามันกำลังบอกอะไร แววตาที่วาวโรจน์เหมือนหมาป่าเมื่อครู่ทอแสงสีอ่อนลงจนผมเห็นได้ถึงความอ้างว้างจากภายใน
หรือว่า... นี่คือสิ่งที่จินกำลังจะเผชิญกันแน่...
ผมส่งแก้วคอกเทลคืนให้บริกร ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสั่งเบียร์แก้วใหญ่
ความคิดที่ไร้ซึ่งความผิดชอบชั่วดีแล่นปราดเข้ามาในจิตใจให้ปั่นป่วนอีกระลอก เมื่อนึกถึงเรื่องที่ตัวเองจะตัดความสัมพันธ์กับจินให้หลงเหลือไว้เพียงในรูปแบบของเพื่อนเก่า....
ผมที่อยู่ข้างๆโทมะ ในตอนนั้น จินจะเหงามากแค่ไหนกันนะ....
ผมควรจะทำยังไงดี....
ผมรู้สึกผิดกับโทมะ แต่ตอนนี้ในใจกลับปั่นป่วนพะวงแต่เรื่องของจินมากเหลือเกิน...
....เกินกำลังตัวเองจะตัดสินใจด้วยเหตุผลได้อีกต่อไป
++++++++++++++++++++
มึนไปหมด...
ภาพที่ผมเห็นอยู่ในกรอบตาคือลูกบิดประตูซ้อนทับกันสองอัน และเสียงกรุ๊งกริ๊งลอยมาไกลๆ ซึ่งจากสติที่วนกลับมาเพียงเล็กน้อยเป็นระลอกๆกำลังบอกว่ามันคือเสียงของลูกกุญแจ
ผมถูกหิ้วปีกเอาไว้จากทางด้านซ้าย กลิ่นเหงื่อผสานกับกลิ่นน้ำหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของจินลอยเข้ามาชิดจมูก ยามที่ตัวเองเอนศีรษะไปซบกับบ่ากว้าง
“.....ที่ไหนนะ”ผมเอ่ยถามขณะที่พยายามจะนึกภาพที่คุ้นเคยให้ออก กีต้าร์โปร่งที่วางอยู่บนโซฟา ขวดเบียร์ที่กลิ้งหลุนๆอยู่ตามพื้นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้นึกขึ้นได้หากแต่เมื่อเปิดประตูอีกชั้นเข้ามา กลิ่นอับของห้องที่ไม่ได้ทำความสะอาดลอยกระทบจมูก และหลังจากที่บานประตูห้องนอนปิดลง ผมก็เห็นภาพวาบหวิวของโปสเตอร์ที่แปะอยู่
“บ้านฉันเอง ปล่อยกลับไม่ได้หรอกนะ แบบนี้คุณน้าดุตายเลย”
“อื้อ...รู้แล้ว ร้อนชะมัด...”
“ใครใช้ให้ดื่มเยอะขนาดนั้นล่ะ คาเมะมอมเหล้าหรือไง?”
“หึ.....ถ้าหมอนั่นมอมก็คงไปมอมนายมากกว่ามั้ง...พ่อว่าที่นักร้องดัง....”พูดจบจินโยนผมลงบนเตียงสีมอซอ หมอนั่นมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก ดูจะหงุดหงิดงุ่นง่านเล็กๆเมื่อได้ยินประโยคที่ฟังดูเลอะเทอะ หลังจากนั้นไม่นานนักจินก็หายไปทิ้งให้ผมนอนปวดหัวบนเตียงนุ่มสกปรกๆตามลำพัง
ผมดื่มไปตั้งแต่เมื่อไหร่... และมากแค่ไหนกันนะ
รู้แค่ว่า อยากจะลืมคำถามที่มันหาทางออกไม่ได้ไปให้หมดเท่านั้นเอง
เสียงประตูปิดลงอีกครั้งโดยเจ้าของบ้าน ผมขยับตัวให้ชิดกำแพงเผื่อที่สำหรับอีกฝ่ายให้ขึ้นมานอนข้างๆกันเหมือนครั้งก่อน หากแต่จินไม่ได้ล้มตัวลงมา เขานั่งอยู่บนเตียงแล้วยื่นมือมาใกล้ วางผ้าเช็ดตัวชุบน้ำอุ่นๆลงบนหน้าผาก ก่อนจะค่อยๆไล้เช็ดตลอดทั่วใบหน้าให้ผมผ่อนคลาย
“แดงไปหมดแล้ว รู้ตัวหรือเปล่า?”
“อะไร?”
“ก็ทั้งหน้า ทั้งคอ... แล้วก็.....”เสียงทุ้มต่ำของจินเงียบหายไป ผมจึงค่อยๆปรือตาหนักๆขึ้นมามองอีกฝ่าย ดวงตารูปสวยของเพื่อนเก่าหรี่ลงขณะที่เนื้อของริมฝีปากล่างถูกขบเอาไว้ด้วยฟันขาวเรียงตัวสวย ผ้าที่เช็ดไล่อยู่บริเวณลำคอลากลงมาต่ำเรื่อยๆ ทาบทับผิวกายที่ร้อนฉ่าลงมาตามสาบเสื้อ ชายหนุ่มใช้เพียงปลายนิ้วสะกิดเท่านั้น ความเย็นวาบของอากาศภายนอกก็ลอยมาปะทะผิวกายที่ถูกปลดเปลื้องได้ไม่ยากเย็น
“.พี........”เสียงครางต่ำในลำคอนั่นบอกได้ดีถึงสิ่งที่อยู่ในความรู้สึก เราสบตากันโดยบังเอิญก่อนที่คาสโนว่าหนุ่มจะเป็นฝ่ายโน้มตัวลงมาตามสัญชาตญาณ
นี่ผม....ทำอะไรอยู่กันนะ
“จิน...ฉะ.....ฉันเมาอยู่นะ....” ผมเอ่ยขึ้นเมื่อปลายจมูกอีกฝ่ายชิดกันจนเกินไป ดวงตากลมโตอยากจะเบือนหลบสายตาร้อนแรง หากแต่ผมกลับไม่อาจทำอะไรได้ดั่งใจราวกับถูกสะกดด้วยความหล่อเหลาและเซ็กส์แอพเพียลของบุรุษตรงหน้า จินตวัดลิ้นเลียกลีบปากแล้วใช้สายตาหยาบโลนมองมายังริมฝีปากอิ่มของผมด้วยความกระหาย
“นั่นไม่ใช่เหตุผลสักหน่อย....”
“นะ...นายจะฉวยโอกาสกับคนเมาอย่างนั้นเหรอ?”
“ฉันต้องแคร์หรือเปล่า? ถึงนายไม่เมา พี ฉันก็ไม่มีทางปล่อยให้นายรอดเป็นครั้งที่สองอยู่แล้ว....”จินพูดด้วยเสียงแหบพร่า ดวงหน้าราวเทพบุตรโน้มลงมาต่ำเรื่อยๆกระทั่งผิวเนื้อสัมผัสกัน
ปลายจมูกที่เกลี่ยอยู่บนแก้มแดงไม่ได้ทำให้ผมใจเต้นเท่ากลีบปากที่ค่อยๆทาบทับลงมา หัวไหล่ทั้งสองข้างของผมถูกกดให้จมลงกับฟูกที่นอน ขณะที่ขายาวของจินกวาดขึ้นมาคร่อมผมให้อยู่ในอาณัติเต็มตัว
“....ขอโทษนะที่ต้องทำแบบนี้.. จะว่าฉันร้ายก็ได้ แต่ถ้าฉันกอดนายแล้ว....”เสียงนั้นกระซิบต่ำในลำคอ ลมหายใจร้อนเป่ารดใกล้กกหู ขณะที่มือหยาบค่อยๆไล่เฟ้นลงบนผิวกายสีน้ำผึ้งของผมช้าๆ แต่นุ่มนวล ก่อนจะพูดต่อ
“นายจะไม่กลับไปหาโทมะอีก... ใช่ไหม?”
“.......................”
“นายจะรู้สึกผิดกับหมอนั่นจนเจอหน้าไม่ได้อีกเลย.......ใช่ไหม?”
ภาพของชายหนุ่มที่จงรักภักดีกับตัวเองมาตลอดผุดขึ้น และนั่นเหมือนเรียกสติอันเรือนรางของผมให้กลับคืนมา ผมไม่ควรอยู่ที่นี่ ไม่ควรนอนใต้ร่างจินแบบนี้ และที่สำคัญ...
ผมไม่ควรจะนอกใจโทมะเลยสักนิด
“จิน.. อย่า.....” เสียงของตัวเองเอ่ยห้ามพลางเบือนหน้าหนี ไหล่ที่ถูกกดเอาไว้ทำให้ผมทำอะไรไม่ได้นอกเสียจากกำผ้าปูที่นอนไว้แน่น ปลายจมูกคมไล่ระตามผิวแก้มที่ผมเอนเอียงหนี ก่อนฟันขาวจะค่อยๆขบลงตามสันกรามสลับกับปลายลิ้นร้อนชวนให้ผมเคลิบเคลิ้ม
ผมใช้หางตาตวัดกลับมามองอีกฝ่ายและเมื่อเห็นแววตาดุดันจ้องมองมาก็ต้องหลับตาลงมิด
“ฉันไม่ฟังนายหรอกพี.....” จินเอ่ยเสียงแข็ง ก่อนจะโอนผ่อนลงในประโยคถัดมา “ตราบใดที่นายไม่ห้ามฉันจริงจัง...”
จากนั้นมือใหญ่ก็ช้อนเข้าระหว่างหมอนกับแก้มที่แนบลงบนผ้า บังคับให้ผมหันหน้ามารับจูบจากกลีบปากหยักนุ่มละมุนของอีกฝ่าย
จูบแสนหวานที่ต่างต้องการกันและกันอย่างโหยหาไม่มีที่สิ้นสุด
ถูกของจิน ผมไม่ได้ห้ามอีกฝ่ายจริงจังเลยสักนิด...
นั่นเป็นเพราะเจ้าปีศาจที่แฝงอยู่ในอกลึกๆมันเรียกร้อง.. ผมโหยหาอ้อมกอดของจินเสมอมา
ความทรมานจากการเฝ้ามองแผ่นหลังอีกฝ่ายมาตลอด สุดท้ายก็ชนะผิดชอบชั่วดีที่ตัวเองควรจะมีให้มากกว่านี้
ผมรักจิน..
ไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานเท่าไรก็ตาม
ปลายนิ้วหยาบค่อยๆไล่แทรกเข้ามาในเรือนผม กดย้ำน้ำหนักให้ริมฝีปากของเราแนบบดคลึงกันมากกว่าเก่า ปากอิ่มของผมเผยอออกยามเมื่อรับรู้ถึงกล้ามเนื้อชื้นที่แตะเล็มโดยรอบ ก่อนจะรับปลายลิ้นนุ่มอีกฝ่ายให้เข้ามาตวัดตอดรัดในโพลงปากอย่างโหยหา
ผมรู้สึกได้ถึงความรักและความต้องการที่ผสานมาจากลมหายใจที่ถ่ายทอด
และมันก็ทำให้ผมมึนงงไปชั่วขณะ
“อึก...จิน.....” เสียงของตัวเองดูสั่นพร่าอย่างน่าอาย รสจากริมฝีปากของจินชวนเคลิบเคลิ้มเสมอๆทุกครั้งที่เราจูบกัน ความรู้สึกที่เกิดขึ้นพร้อมๆกับจุมพิตเป็นสิ่งที่ผมไม่อาจจะเรียบเรียงออกมาเป็นคำพูดได้ ความเชี่ยวชาญของเพลย์บอยที่ฝึกฝนมาอย่างดีตั้งแต่สมัยมัธยม กำลังปลุกเร้าความต้องการเบื้องต่ำของผมให้ปะทุขึ้นมาอย่างง่ายดาย
จูบที่ชวนให้ผมหลงละเมอ กับมือใหญ่ที่ซอกซอนไปตามเนื้อผ้าและปลดเปลื้องมันออกโดยที่ผมไม่ทันตั้งตัว
กว่าที่ผมจะรู้สึกตัวอีกครั้ง จินค่อยๆดึงเสื้อที่หมิ่นเหม่ใกล้หลุดของผมให้ไหลลงไปกองข้างเตียงอย่างง่ายดายเสียแล้ว
เปลือกตากลมโตที่ปิดสนิทของตัวเองค่อยๆปรือเปิดขึ้นด้วยความประหลาดใจเมื่ออีกฝ่ายหยุดการกระทำเสียดื้อๆ จินใช้แขนข้างหนึ่งยันตัวขึ้นจากที่นอนแล้วลากสายตาไปตามแผ่นอกเปลือยเปล่า
ผมรู้สึกวูบไหวอย่างประหลาด เมื่อพบว่าดวงตาดำขลับของจินมันวาวราวกับเสือที่กำลังจะตะครุบลูกกวางอยู่รอมร่อ
“....ฉันไม่เคยคิดเลยว่าผู้ชายอย่างนายจะสวยงามได้ขนาดนี้......” จินพูดทั้งปากและสายตาจนผมรู้สึกร้อนวูบวาบบริเวณปรางค์แก้ม ผมพยายามเบือนหน้าหลบสายตาแม้จะรู้ว่ามันทำได้ยากยิ่งก็ตามที
“อึก....” และเพียงแค่ละสายตาจากจินไปครู่เดียวเท่านั้น ปลายลิ้นร้อนของอีกฝ่ายก็แตะลงละเลงบนยอดอกสีระเรื่อให้ผมต้องกัดปากระงับเสียงที่เล็ดลอดออกมา น้ำลายเหนอะไล้ไปตามผิวเนื้อ ตวัดเล้าโลมดุนดันจนยอดอกสีฉ่ำเปียกชุ่มแข็งเป็นไต ขณะที่มืออีกข้างเคลื่อนไล้ลงต่ำ กระตุกเข็มขัดหนังไล่ไปจนถึงกระดุมกางเกงจนมันหลุดพ้นออกจากร่างกายจนเหลือเพียงผิวเนื้อนวลสะท้อนกับแสงไฟ ให้สายตาคมจับจ้องเป็นอาหารตา
“อ๊ะ.....” ผมอุทานขึ้นมาเมื่ออาคานิชิละริมฝีปากออกจากแผ่นอกลงต่ำ เรียวขาของตัวเองถูกมือหยาบบังคับให้รั้งขึ้นตั้งชันไปกับเบาะแล้วใช้ข้อศอกดันแยกออกเผยให้เห็นสัดส่วนที่น่าละอายเต็มสองตา ก่อนใบหน้าคมจะก้มลงบริเวณหว่างขาเปลือยเปล่าให้ผมเบิกตาขึ้นกว้าง เพราะนอกจากฝ่ามืออุ่นที่ประคองร่างกายที่ไม่เคยให้ใครได้สัมผัสแล้ว ปลายลิ้นร้อนดุจเปลวเพลิงก็รุกเร้าโลมเลียร่างกายไปมาจนขาของผมกระตุกสั่นไหว
ผมยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาปิดปากที่เม้มสนิทเอาไว้กลั้นเสียงอื้อฉาว อีกทั้งหมายให้มันบดบังใบหน้าที่เหยเกบิดเบี้ยวไปตามแรงตัณหาอันร้อนเร่าซึงประทุขึ้นมาจนไม่อาจควบคุมตัวเองได้ต่อไป
....ช่างน่าอับอายเหลือเกิน...
ยิ่งเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นปากสีคล้ำของชายหนุ่มดูดกลืนส่วนนั้นอย่างไม่รังเกียจ ขณะที่แววตาคมกลับจับจ้องใบหน้าของผมราวกับจะไม่ยอมเสียเวลากระพริบตาเลยสักวินาทีกำลังแผดเผา ผมยิ่งรู้สึกราวกับอยากจะหายตัวจมไปในเบาะที่นอนเสียให้รู้แล้วรู้รอด
“เรียกชื่อฉัน....พี.......” เสียงนั้นกระซิบพร่าตอนที่ละริมฝีปากออกจากเอ็นเนื้อที่เริ่มชาหนึบจนมีหยดน้ำเหนียวข้นไหลออกมาส่วนปลายเพียงเล็กน้อยก่อนจะก้มลงไปดูดกลืนเรือนร่างต่อ
ผมส่ายหน้ารัว... ใครจะยอมทำเรื่องน่าอายแบบนั้น ให้จินแทะเล็มร่างกายของตัวเองแล้วจะให้ครางเสียงกระเส่าด้วยชื่อของอีกฝ่ายอย่างนั้นน่ะหรือ...??
ผมไม่มีทาง ไม่มีทางทำเด็ดขาด!
“อ๊ะ......” แต่ดูเหมือนคาสโนว่าหนุ่มจะมีวิธีของตัวเอง เพราะเมื่อผมส่ายหัวดิกเท่านั้น ปลายนิ้วที่ถูกซ่อนเอาไว้ด้านหลังก็กดสอดเข้ามาภายในให้ผมสะดุ้งสุดตัว ขาที่ยกชันอยู่ยิ่งกระตุกสะท้าน ด้านของมือที่ใช้ปิดปากอยู่เมื่อครู่ ผวาเลื่อนลงมาจิกผ้าปูที่นอนเอาไว้แน่น
“พี....ครางออกมา”จินเอ่ยเร่งเร้า ถึงแม้ประโยคนั้นจะออกมาในรูปแบบของคำสั่ง หากแต่ด้วยน้ำเสียงและแววตาที่มองมากำลังบอกผมว่ามันคือประโยคร้องขอ
ผมค่อยๆหลับตาลงเมื่อปลายนิ้วที่สอดแทรกอยู่ภายในขยับเบาๆ ก่อนเพิ่มจำนวนในช่องทางที่รัดรึงจากหนึ่งเป็นสอง ดันเข้าเป็นจังหวะไม่เร่งรีบพลางดึงออกให้ผมเผลอไผลไปกับความรัญจวนที่หมุนคลึงอยู่ภายใน
“อึก.........จะ...จิ...น.....อา...” สุดท้ายความรู้สึกสะท้านที่แล่นริ้วจากด้านหลังบีบแน่นในอกให้หัวใจสั่นไหว ผลักดันให้ตัวเองเผยอกลีบปากครวญครางออกมาโดยไร้ซึ่งความเขินอาย ส่ายสะโพกไปตามแรงขับเคลื่อนจากฝ่ามือ และตอดรัดสองนิ้วที่ดุนดันเข้าออกราวกับจะบอกว่าผมชอบให้มันขยับเช่นนั้น...
และต้องการจะรู้สึก
...รู้สึกให้มากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว
“ฮะ....อ๊ะ..อ๊ะ..!” และกิริยาของตัวเองที่ร่ำร้องดูเหมือนอีกฝ่ายจะอ่านมันออกด้วยประสบการณ์ จินเร่งจังหวะกระแทกเข้ามาจนผมต้องเผยอปากกรีดร้อง ผมได้ยินเสียงลมหายใจฟืดฟาดของอีกฝ่าย ทว่ามันช่างเบาเหลือเกินเมื่อเทียบกับตัวเอง กระทั่งกลีบปากคล้ำแนบลงมา ดูดดึงสัมผัสให้เสียงลมหายใจหอบกระชั้นของทั้งคู่เงียบลง เปลี่ยนแปลงเป็นเสียงจ๊วบจ๊าบของกลีบเนื้อผสมกับน้ำลายฟัดกันนัวอยู่นานนับนาที
โลกหมุนเคว้งไปหมด มันยิ่งกว่าตอนที่ผมกระดกเบียร์เหยือกกว่าๆเมื่อตอนหัวค่ำเสียอีก
ทว่าห้วงอารมณ์ที่ผมดำดิ่งไปสู่ความเคลิบเคลิ้ม ความอึดอัดครั่นเนื้อตัวก็แล่นปราดขึ้นมาเมื่อเรียวนิ้วที่สอดแทรกอยู่ภายในถอนตัวออก ผมกระพริบตาถี่ๆสองถึงสามครั้งไล่หยาดน้ำที่ฉ่ำอยู่ใต้เปลือกตาพร้อมกับพยายามเรียกสติรวบรวมความรู้สึกหลายๆอย่างที่ประดังประเดเข้ามาจนแยกไม่ออกให้กลับมาอีกครั้ง ทั้งหวั่นใจ อับอาย สุขสม แม้กระทั่งรู้สึกผิด จนเสียงซิปกางเกงเลื่อนครูดลงของอีกฝ่ายดังขึ้น ผมที่รู้ตัวดีว่ากำลังจะเกิดอะไรเป็นลำดับต่อไปก็รีบถดตัวหนีด้วยความหวาดกลัว กระนั้น ก็ยังไม่ทันแขนแกร่งที่รวบเอาท่อนเอวบางยึดแน่นไม่ให้ขยับหนีไปไหน
แกนเนื้อแข็งขึงที่ขยายขนาดจนน่าเป็นกังวลถูกดึงขึ้นมาเหนือบอกเซอร์ พร้อมกันกับสะโพกหนาขยับแทรกสู่กึ่งกลางหว่างขาจนร่างกายเปลือยเปล่าของเราแนบชิดกัน
“ไม่เป็นไรพี.... ฉันจะทำเบาๆ” ถึงเสียงนั้นจะกระซิบต่ำให้ผมอุ่นใจ ทว่าทั้งขนาดของมันและความสัมพันธ์ที่เลยเถิดขึ้นทุกขณะกลับทำให้ผมส่ายหน้าระวิง กลีบปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นเป็นเหตุให้จินต้องโน้มตัวลงมาจูบปลอบประโลมเหนือหน้าผาก แล้วไล่สันจมูกโด่งรั้นซุกไซร้เรื่อยลงมาตามลำคอให้ผมวางใจเหมือนลูกแมวถูกเกาคอ
สัมผัสที่ทาบทับลงมา ทำให้หัวใจผมเต้นช้าลงกว่าเดิมเล็กน้อย
และเมื่อกลีบปากชื้นบรรจงมอบจุมพิตเบาๆให้ผมอุ่นใจ ตัวเองก็เผลอไผลลืมเรื่องที่กังวลไปเสียสิ้น
“จะ....จิน...” ผมเอ่ยเรียกชื่อผู้ชายตรงหน้าอย่างไร้เหตุผล มือเล็กค่อยๆยกขึ้นโอบรอบคอชายหนุ่มเบื้องบนแล้วซุกหน้าลงบนลาดไหล่กว้าง ดวงตากลมหลับเกร็งแน่นเมื่อร่างกายแข็งขืนและร้อนผ่าวของอีกฝ่ายดุนดันอยู่ด้านหลัง บั้นท้ายกลมกลึงถูกนวดเฟ้นด้วยมือหยาบก่อนจินจะค่อยๆจับแยกมันออกให้กว้าง และค่อยๆแทรกตัวเข้ามา
“อึก....จะ..เจ็บ...อะ...อ๊า!!!” ดวงหน้าหวานของตัวเองสะบัดขึ้นกรีดร้องเมื่อร่างกายถูกชำแรก ช่องทางที่ไม่เคยมีผู้ใดรุกล้ำราวกับกำลังฉีกขาด ผมไม่อยากจินตนาการไปถึงท่อนเนื้อสีทะมึนนั่นเลยสักนิดว่ามันสามารถแทรกตัวเข้ามาได้อย่างไร ทว่า อีกฝ่ายก็ยังสามารถดันทุรังสอดใส่เข้ามาจนสุด
“อึก.....เจ็บ...จิน.....ฮึก...” น้ำใสไหลเอ่อตรงสองขอบตาอย่างเกินหักห้าม ผมรู้สึกร้าวระบมราวกับจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ซึ่งในจุดนี้ จุมพิตบริเวณหน้าผากจากริมฝีปากหยุ่นของจินก็ไม่อาจช่วยบรรเทาได้เลยแม้แต่น้อย
“ยะ..อย่าเกร็งคนดี...” จินกระซิบบอกผมรอดไรฟันที่ขบกันแน่นจนกรามสั่น
ผมรู้สึกถึงผิวหนังที่ตอดรัดซึ่งกันและกันทุกทีตามจังหวะการเต้นของหัวใจ ยิ่งหัวใจของจินเต้นแรงแค่ไหน ภายในก็ยิ่งเหมือนถูกปลุกเร้าด้วยท่อนเนื้อที่เสียดสีกับผนังจนผมทรมานแทบทนไม่ได้ ขาเรียวถูกมือหนาช้อนดันขึ้นสูงจนเข่าชนเข้ากับแผงอก จากนั้นจินก็กดสะโพกลงมา แทรกตัวลึกจนผมจุกไปทั่วสรรพางค์กาย แล้วถอนตัวออกช้าๆ ก่อนจะกดย้ำเหมือนเดิมใหม่อย่างใจเย็น
“อึก...อื้อ...จิน.....”
“เรียกอีก...พี...เรียกชื่อคนที่นายกำลังกลืนกินเข้าไปดังๆ.....” จินยังคงคำรามรอดไรฟัน อารมณ์ดิบซ่านถูกผลักดันให้ขึ้นสูงเสมอเหมือนสิ่งเสพติด
จังหวะขยับโยกค่อยๆเกิดขึ้นจากช้าเนิบนาบ และเร็วถี่ขึ้น ผมหลับตาแน่นเมื่ออีกฝ่ายขย่มโยกเรือนกายอัดกระแทกเข้าไปสุดลำให้ผมกระตุกไหว
ความรู้สึกอิ่มเอมถูกเติมเต็มก่อนที่จะโหยหามากขึ้น และมากขึ้น
แรงเสียดสีภายในยิ่งทำให้ผมคลั่ง คลั่งมากกระทั่งหลงลืมความรู้สึกแสบที่สะโพกยามหน้าขาของจินกระทบเป็นจังหวะ
มือบางพยายามไขว่คว้าขยี้ขยำผ้าปูเตียงเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แล่นริ้วยามถูกกระแทกแกนกายด้วยน้ำหนักที่ถี่เร็วขึ้นทุกลมหายใจ
“บอกสิ... พี...อา.....นาย เป็นของใคร” เสียงทุ้มเอ่ยถาม สลับกับเสียงครางต่ำในลำคอ ผมไม่อาจลืมตาขึ้นมาสบตากับคนเบื้องบนได้ จึงได้แต่ครางเรียกชื่ออีกฝ่ายราวกับจะช่วยบรรเทาความทรมานที่แล่นริ้วจนหัวใจสั่นพร่า
“จ...จิน....”หากแต่อีกฝ่ายกลับไม่หยุดแค่นั้น จินถามซ้ำด้วยคำถามที่ทำให้ผมมึนงงยิ่งกว่าเก่า“...ใคร...อา....นายเลือกใคร...”
สะโพกหนาจงใจถอยหนีออกห่าง ก่อนจะกระแทกตัวพรวดพราดเข้ามาให้ผมผวาเรียกชื่อชายหนุ่มพร้อมกระตุกผ้าปูที่นอนให้หลุดติดมือขึ้นมา “...อ๊ะ....จิน......อา....”
ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังสั่นไหวไปทั่วร่าง ความร้อนรุ่มใช่สุมเพียงในอก มันกำลังกลั่นออกมาเป็นหยาดเหงื่อบริเวณรอบไรผม ใบหน้าของตัวเองคงมันวาวเพราะกิจกรรมที่ร้อนผ่าว จินกระซิบเสียงเบาพลางเน้นสะโพกลงมาเป็นจังหวะ
“เป็นของฉัน เป็นคนของฉันคนเดียวนะ....ให้ชั้นได้ทำ แบบนี้...อา....แบบนี้... แล้วก็...แบบนี้กับนาย....”เสียงนั้นเงียบหายไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อแหบต่ำ“แค่คนเดียว.....”
“อ๊า...จิน....อืก......”ปากอิ่มเผยอครางเรียกชายหนุ่มเบื้องบน ลืมหมดสิ้นซึ่งความเขินอายที่เคยมีในเมื่อนาทีนี้ผมไม่อาจควบคุมสิ่งที่ร่างกายร้องขอได้อีกต่อไป
ผมอยากให้ร่างกายกำยำสอดใส่เข้ามาให้มากกว่านี้รุนแรง...มากกว่านี้
“พี.........” หากแต่อีกฝ่ายกลับประวิงเวลา แม้ช่องทางของผมจะตอดรัดราวใกล้ขาดใจ จินถามผมเสียงต่ำเป็นประโยคสุดท้าย “รู้สึกกับฉันยังไง.....”
และนั่นไม่ใช่เรื่องที่ผมลังเลจะตอบเลยสักนิด ความจริงเด่นชัดแน่นในอก สุมทรวงตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่ตัวเองอยากจะระบายมาเนิ่นนาน ผมกอดคอชายหนุ่มให้ก้มลงมาชิดมากขึ้นและนั่นยิ่งทำให้ร่างของจินกดเรียวขาแนบกับแผ่นอกมากกว่าเดิม ตอบอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำ
“....ฉันรักจิน...”
อาคานิชิยิ้มที่มุมปากตอนที่ผมลืมตา เขาก้มตัวลงมาจูบที่ปากแดงอีกครั้งก่อนจะกระซิบบอกด้วยความพึงพอใจ“ดีมาก....เด็กดี....อะ...อา...”
พูดจบชายหนุ่มก็กระทั้นสะโพกเร่งจังหวะเข้าหาช่องทางอันแสนอุ่นนุ่มก่อนจะกระชากแขนของผมขึ้นแรงให้เซถลาลุกจากเตียงมานั่งซ้อนตัก มือใหญ่จับบั้นเอวคอดของผมกดเข้าสวนทางกับท่อนเนื้อที่กระแทกเข้าไป
สติที่พึงมีลบเลือนไปขณะที่ผมถูกจับโยกจนหัวสั่นหัวคลอน
ผมต้องการจิน....ต้องการแค่จินคนเดียวเท่านั้น
“อ๊ะ...อ๊า....” เสียงกรีดร้องครางขึ้นพลางสะบัดใบหน้าจนเม็ดเหงื่อสาดกระเซ็น ปลายเท้าที่คร่อมผ่านหน้าตักหนาจิกกับผืนเตียงแล้วส่งแรงดันให้ขยับขึ้นลงกระแทกสวนทางอีกฝ่ายเพื่อเติมเต็มซึ่งกันและกันให้ตรงกับจุดกระสันซ่าน
เร่งเร้าให้พาห้วงอารมณ์ลอยละล่องไปตามใจปรารถนา
“จิน....อือ….” ผมครางเครือเรียกชื่ออีกฝ่ายเมื่อถูกพาทะยานขึ้นสูง ช่องทางด้านหลังตอดรัดแกนเนื้อของจินรุนแรงและเร็วถี่
ผมวางมือตัวเองเกาะบนบ่าจินไว้เสียแน่นพลางกัดกลีบปากล่างระงับอารมณ์ที่พร้อมจะปลดปล่อยออกมาเมื่อตัณหาเดินทางถึงฝั่งฝัน
“พี..ฉัน..อึก...รักนาย...ฉันรักนาย” จินเอ่ยออกมาเสียงสั่น ผิดกับมือหยาบที่จับสะโพกเล็กไว้มั่นสวนทางลงมากับร่างกายที่สอดลึกจนสุดตัวอย่างรุนแรงสองสามครั้ง ก่อนจะเกร็งสะท้านปลดปล่อยหยาดน้ำแห่งความสุขเข้ามาเป็นสายพร้อมกับผมที่กระตุกกายสั่นปลดปล่อยลงมาเต็มหน้าท้องของตัวเองและชายหนุ่มจนเปียกแฉะ
เสียงหอบหายใจดังกึกก้อง เหงื่อไคลไหลโทรมกายแม้ในห้องจะไม่ได้เปิดฮีทเตอร์ให้อุณหภูมิอุ่นลงก็ตาม
ทั้งสองร่างของเรายังคงสั่นไหว กลิ่นคาวของเลือดเพิ่งลอยคละคลุ้งมาเตะจมูกให้ผมรู้ตัวว่าร่างกายของตัวเองเกิดบาดแผลขึ้นจากกิจกรรมครั้งแรกเข้าเสียแล้วก่อนจะซบศีรษะลงบนลาดไหล่และทบทวนซ้ำๆว่า ผมทำอะไรลงไป...
จินจูบซ้ำๆลงบนเรือนผมที่เปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ ก่อนจะค่อยๆดันผมให้เอนตัวลงนอนราบกับพื้นเตียงอีกครั้ง จากนั้นก็ล้มตัวลงนอนข้างๆกัน
ชายหนุ่มยังคงใช้ปลายจมูกซุกไซร้ไปตามเรือนผมและกกหู พลางประคองกอดผมอย่างทะนุถนอมไว้ด้วยสองแขนอย่างอบอุ่น ขณะที่ผมเองกลับนอนแน่นิ่งลืมตาขึ้นมองฝ้าเพดานอย่างเลื่อนลอย
ผมให้ชายอื่นกอดไปแล้ว...
ครั้งแรกที่แสนจะหวงแหนนักหนา สุดท้ายก็ยินยอมอีกฝ่ายง่ายๆเหมือนผู้ชายชั้นต่ำ
ขืนเป็นแบบนี้ พรุ่งนี้ผมจะทำยังไงต่อไป...
จริงอย่างที่จินพูดทุกอย่าง... ผมจะมีหน้าไปเจอโทมะได้ยังไง....
แต่ที่สำคัญมากกว่านั้น... ผมกับจิน จะมองหน้ากันได้ในฐานะอะไร...
คำถามที่ประดังประเดเข้ามาอย่างไม่มีที่สิ้นสุดกำลังทำให้ผมเวียนหัว ไม่มีวินาทีไหนเลยที่ใช้ร่วมกับจินแล้วผมไม่ต้องมีคำถามว่า วันนี้ พรุ่งนี้ ต่อไป จะทำยังไง...
ผมคิดเรื่องของจินมากเกินไป..
มาก... จนหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ว่าทำไมต้องคิดแต่เรื่องของจินตลอดเวลาอย่างนี้...
ไม่สิ... อันที่จริงผมรู้คำตอบของมันดีอยู่แล้ว หากแต่ไม่อยากจะยอมรับต่างหาก...
ผมรักจิน จนไม่อาจละทิ้งเรื่องใดๆระหว่างเราได้เลย... สักเรื่องเดียว
แม้ว่าที่... ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเรา จะเต็มไปด้วยอุปสรรคและขวากหนาม ก็ตาม
THE END OF PART