2007/Mar/20

12


รถเข็นสีขาวเลื่อนออกจากห้องฉุกเฉินพร้อมกับฝีเท้าหนักๆของผู้คนหลายคนวิ่งตามออกมา หลังจากแพทย์วัยกลางคนแจ้งอาการของผู้ป่วยเสร็จเรียบร้อยแล้ว เสียงร้องไห้ และเสียงด่าทอ ยังดังระคนไปราวกับเป็นเสียงสวดเพื่อส่งหญิงสาวไปสู่สรวงสวรรค์

ทาคาโกะ เสียชีวิตพร้อมกับลูกในท้อง เพราะอุบัติเหตุ เมื่อยี่สิบนาทีที่ผ่านมานี้...........


จินยืนแน่นิ่ง ขณะที่ทุกคนเดินตามรถเข็นศพไปแล้ว เหลือเอาไว้แต่โทโมฮิสะกับคาซึยะเท่านั้น ที่ยืนข้างๆเขา

ฮิโรกิก็เอาแต่ร้องไห้โทษตัวเองเป็นสาเหตุราวกับคนเสียสติ แพทย์จึงจำเป็นต้องฉีดยาสลบให้ก่อนหน้านี้

เคียวโกะเอง ก็เอาแต่วิ่งไปหาพี่สาว เช่นเดียวกับพ่อและแม่ของผู้ป่วย

มือสีน้ำผึ้ง เลื่อนไปจับที่ฝ่ามือหยาบกร้านเป็นการปลอบประโลม เช่นเดียวกับคาซึยะ ที่แตะบนบ่ากว้าง ที่ไม่เคยคิดจะแตะมาก่อนในชีวิต
"ไม่ใช่ความผิดของใครทั้งนั้นจิน.......มันเป็นอุบัติเหตุ........"
ถึงแม้จินจะไม่ได้ร้องไห้ออกมา ไม่มีแม้น้ำตาสักหยด แต่โทโมฮิสะก็ยังเข้าใจถึงความรู้สึกของคนเป็นว่าที่คุณพ่อ และสามี.....คำว่าไม่เป็นไร คงช่วยอะไรจินไม่ได้ แต่เขาก็ยังยืนยันที่จะเคียงข้างจนกว่าจินจะเข้มแข็งต่อไป

ปลายทางของตัวห้องผู้ป่วยของโรงพยาบาล ยังคงไว้ซึ่งหญิงสาวผู้น้อง ที่นั่งพับลงกับพื้นตามลำพัง


น้ำตาแห่งความเศร้าโศกเสียใจส่งออกมา ความอ่อนแอ และความโดดเดี่ยว

"คาซึยะ.........."
เพียงชื่อเท่านั้นที่ร่างบางเอ่ยออกมา คาซึยะก็เข้าใจดีว่าเขาควรจะทำอะไร ร่างสูงโปร่งละออกจากจิน เพื่อไปพยุงคนหมดเรี่ยวแรงขึ้น ยามะพีมองตามชายหนุ่ม มองคาซึยะยืนกอดเคียวโกะอย่างแนบชิด เพื่อการปลอบประโลม

ผู้หญิงคนนั้น......เจ็บกว่าเขาเท่าไรกันนะ.............

ผู้หญิงคนนั้น.......ต้องการคาซึยะ มากกว่าเขา เท่าไรกัน...................


จินบีบมือเล็กแน่น ทำให้ยามะพีละสายตาออกมาจากภาพที่เจ็บปวด

ณ เวลานี้ ความสุขอยู่ที่ไหน................


"ไปดูฮิโระจังหน่อยดีไหม?"
ยามะพีเอ่ยถาม และจินก็พยักหน้าลงเบาๆเช่นเดียวกัน


เขารู้ว่าสิ่งที่จินไม่อยากสูญเสียมากที่สุดในชีวิต คือลมหายใจน้อยๆที่กำลังจะถือกำเนิดในอีกไม่กี่เดือนนั่น


เขายอมแต่งงาน และฝืนใจตัวเองและฮิโรกิ คนรักใหม่เพียงเพราะอยากจะรักษาลูกเอาไว้


ถึงแม้ตั้งใจแน่วแน่แล้วว่าจะหย่ากับทาคาโกะะทันที แต่ยามะพีก็รู้ ว่าจินไม่มีทางปล่อยให้ลูกของเขาอยู่กับคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเองแน่

คนที่จะเป็นพ่อครั้งแรก......................และครั้งสุดท้าย.................................


ประตูห้องพักผู้ป่วยแง้มออกเบาๆ แต่กระนั้น คนที่เพิ่งตื่นก็ยังรู้สึกตัวอยู่ดี ฮิโรกิหันมามองจินเล็กน้อย แล้วก็พลิกตัวกลับหลบหน้าเสียอย่างนั้น ทำให้คนมาเยี่ยมใจเสียเป็นเท่าตัว

"ฮิโระจัง............"
"ผมไม่เป็นไร............."
เสียงประตูเปิดออกอีกครั้ง ทำให้จินและโทโมฮิสะหันไปมองคนมาใหม่ ทาคิซาว่าเดินกึ่งวิ่งเข้ามาด้วยอาการกระวนกระวาย
"อุจจิ นายเป็นอะไรรึเปล่า.........ขอบคุณพระเจ้า แค่แผลฟกช้ำใช่ไหม....."


ฮิโรกิแค่นยิ้มให้คู่กรณีคนก่อนหน้าจินน้อยๆ แล้วก็ขยับตัวลุกขึ้นพิงกับหัวเตียงโดยมีทักกี้คอยพยุงอยู่ แววตาตระหนกและเป็นห่วงที่แสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัดทำให้ฮิโรกินึกสมเพชตัวเองทุกวินาที ทำไมทุกคนต้องเป็นห่วงเขา......ทั้งๆที่.............
"ผม......เป็นฆาตกร........."
"นี่มันเกิดอะไรขึ้น.........."
ทาคิซาว่ามองหน้าน้องชายและจิน พลางเหลือบมามองอุจจิที่น้ำตาปริ่มขอบตาอีกครั้ง
"เล่าให้ฉันฟังซิฮิโรกิ............."
"เพราฉันต่างหาก ฮิโระ นายไม่ผิดหรอก........."จินแย้งแต่ทว่าฮิโรกิก็ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด
"เพราะผมไปยุ่งกับคุณต่างหากจิน ถ้าผมไม่ยุ่งกับคุณ คุณกับทาคาโกะซังก็ไม่ต้องทะเลาะกัน ทาคาโกะซังคงไม่มาหาผมถึงที่บาร์ และถ้าไม่ใช่มือของผม แล้วจะเป็นมือของใครที่ผลักผู้หญิงคนนั้นไปให้รถชน!"
"ฮิโระ นายแค่ป้องกันตัว.........ทาคาโกะจะทำร้ายนาย........."

"ผมต่างหาก......ทั้งผมทั้งคุณ.............เราต่างหากที่ทำร้านเธอ เราต่างหากที่ฆ่าเธอ!!!"
"อุจจิ!!"
ยามะพีตวาดเสียงดังลั่น จนทั้งห้องอยู่ในสภาวะเงียบสนิท ทาคิซาว่ามองทุกคนอย่างคนที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง ฮิโรกิปัดมือที่แตะอยู่ที่แขนเขาอยู่ออกเบาๆ แล้วมองทาคิซาว่าด้วยแววตาจริงจัง
"คุณกลับไปหาอิมาอิซังเถอะครับ.....ผมไม่เป็นไร ขอบคุณที่.........อุตส่าห์เป็นห่วง........."
ครานั้น ทาคิซาว่าจึงได้ยอมกลับไปในที่สุด ถึงแม้ยามะพีจะไม่รู้เรื่องระหว่างฮิโรกิกับทักกี้เลย ก็ยังพอเข้าใจได้บ้าง ว่าสองคนนี้ เคยมีความสัมพันธ์กันอย่างไร

แต่ก็ดูเหมือนทั้งคู่ ไม่ได้ติดใจกันในเรื่องของความรู้สึก

ก็ดีแล้ว.........ดีสำหรับซึบาสะที่แสนดีของเขาแล้ว.........


เมื่อทาคิซาว่าเดินออกไป ยามะพีก็ทิ้งทั้งคู่เอาไว้ กับความเงียบงันเช่นเดียวกัน จินเดินไปหาฮิโรกิที่เตียงช้าๆ แล้วกระชากทั้งร่างขึ้นมากอดอย่างแนบสนิท ขณะที่อีกฝ่ายพยายามปัดป้อง แต่จินก็รวบแขนทั้งคู่ด้วยแรงที่มีให้แน่นกว่าเดิม
"ขอร้อง.........ฮิโระ.........อย่าทิ้งฉันไป......ขอร้อง................."

Truuuu.............


ติ๊ด


- โทโมะจัง วันนี้....เอ่อ...........-
"อ๊ะ........ ขอโทษนะคาซึยะ พอดีว่าเจอทักกี้แล้วทักกี้เลยอาสาจะมาส่งที่บ้านน่ะ....ขอโทษที่กลับมาแล้วไม่ได้โทรบอก"
-กลับไปแล้วเหรอครับ......งั้น............ก็ดีแล้วฮะ รีบเข้านอนนะ โทโมะ-
"อือ......"

โทโมฮิสะยืนพิงกับประตูห้องที่เพิ่งเดินออกมา พลางมองไปทางแผ่นหลังของคาซึยะที่เดินตระคองกอดหญิงสาวออกไปจากโรงพยาบาล เขาเลือกที่จะโกหกคาซึยะว่ากลับบ้านไปแล้ว เพราะไม่อยากให้เด็กหนุ่มต้องลังเลใจ และลำบากใจกับการไปส่งเขา หรือ เธอ ในเวลาเดียวกัน เพราะอย่างไรก็ตาม เวลานี้ ผู้หญิงคนนั้น ก็ต้องการคาซึยะมากกว่าเขาอยู่ดี


ร่างเล็กเดินหันหลังออกทางอีกประตูของโรงพยาบาลเพื่อไม่ให้เจอกับคาซึยะ แล้วไขกุญแจรถไปนั่ง ฟุบหน้าร้องไห้อยู่ที่พวงมาลัย


เขาก็ต้องการคาซึยะเหมือนกัน...........

แสงไฟที่โคมตรงหัวเตียงที่เป็นรูปคิตตี้ดับลงแล้ว เช่นเดียวกับหญิงสาวที่คาซึยะต้องพามากล่อมนอนถึงห้อง คราบน้ำตาของหล่อนยังอยู่ คาซึยะเองก็เข้าใจถึงความสูญเสียของบุคคลในครอบครัวดี

เขาจำได้ว่าตอนที่คุณยายมาบอกเรื่องการเสียชีวิตของคุณแม่ตอนนั้น เขาไม่ได้มีใครมาคอยปลอบประโลมและโอบกอดเช่นตอนนี้

คาซึยะกำลังจะลุกออกจากห้องนอนสีชมพูที่ตกแต่งไว้สำหรับลูกสาวคนเล็กของบ้าน แต่เคียวโกะ ก็ปรือตาขึ้นอีกครั้ง
"นอนเถอะ.........."
ชายหนุ่มเอ่ยเบาๆพลางลูบเรือนผมสวยหลายครั้งอย่างอบอุ่น
"คาเมนาชิ......."
วงแขนเรียวเล็กโอบรอบคอของคาซึยะ และดึงชายหนุ่มให้ลมลงบนเตียงเดียวกันอย่างโหยหา คาซึยะจูบที่ปากเบาๆ ทำให้เคียวโกะหลับตาพริ้มในสัมผัสนั้น มือของหญิงสาว ค่อยๆปลดกระดุมเสื้อของคาซึยะออกอย่างเชื่องช้า คาซึยะรู้ ว่าเวลานี้เคียวโกะต้องการเขามากเพียงใด ชายหนุ่มจึงกระชับอ้อมแขน กอดร่างเพรียวให้แนบสนิท และจูบเคียวโกะ อย่างที่เขาจูบยามะพีทุกครั้ง และผละออกมาช้าๆ
"เคียวโกะ.........ฉันทรยศเขาไม่ได้..........."

เพียงคำพูดแค่นั้น เคียวโกะก็ปล่อยแขนทั้งคู่ให้ลู่ลงบนเตียง พลางพลิกกายหันหลังในทันที


หยดน้ำตา ไหลรินมาพร้อมกับความเจ็บปวดที่ยากจะบรรยาย
"เคียวโกะ.............."

"ไม่.........ไม่ต้องพูดอะไรหรอกค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว........"

คาซึยะยืนชั่งใจอยู่พักใหญ่ และเมื่อนึกถึงว่ายามะพีอาจจะเสียใจถ้ารู้ว่าเขาลังเลที่จะอยู่เพราะห่วงใยผู้หญิงคนนี้มากเกินไปก็พลิกกายหันหลังกลับ เคียวโกะได้ยินเสียงปิดประตู เมื่อคาซึยะเดินจากไป.........

ไม่ว่าจะอย่างไร.....คาซึยะก็จะรักผู้ชายคนนั้นตลอดไป หรือไรกัน...........

หลังจากเสียงออดเลิกเรียนดังขึ้น ทุกชีวิตภายมในไฮสคูลก็กระวีกระวาดกลับบ้านกันเป็นการใหญ่ หลายคน รีบกลับไปอ่านหนังสือเตรียมสอบปลายภาคที่กำลังจะมาถึงในไม่กี่วันที่ผ่านมา หลายคน รีบกลับไปเรียนพิเศษกับอาจารย์ที่ทางบ้านจัดการให้ แต่จะมีสักกี่คน ที่จะเร่งฝีเท้าไปหาบางคนที่แสนจะคิดถึง

คาซึยะวิ่งออกจากโรงเรียนเร็วเพราะเมื่อวานหลังจากการปรากฏตัวที่เด่นชัดของยามะพีที่โรงเรียน ก็ทำให้สาวๆแฟนคลับรู้ในทันทีว่าคาซึยะมีเจ้าของแล้ว และเจ้าของของคาซึยะคนนั้น ก็เป็นคนทีพวกหล่อนไม่มีทางเอาชนะได้เลยแม้แต่น้อย

เช่นเดียวกับเคียวโกะ ที่ได้แต่มองคาซึยะรักคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวอย่างหมดทางต่อสู้


เป็นสิ่งที่เธอยอมรับ แม้จะเจ็บปวดก็ตาม


ต่อให้พูดขนาดไหน ยามาชิตะ ก็ไม่ปล่อยหัวใจคาซึยะออกมาเลย


ต่อให้ยุแยง ทางฝ่ายนั้นอาจจะให้ หรือไม่ให้ความร่วมมืออย่างไร เคียวโกะเองก็ไม่อาจทราบได้


หล่อนรู้เพียงว่า ต่อให้โทโมฮิสะสละตำแหน่งนั้นให้เธออย่างไร........คาเมนาชิ ก็จะเว้นตรงนั้นเอาไว้ ไม่ให้ใครมาแทนที่ยามะพีได้แม่แต่คนเดียว

ชายหนุ่มเดินออกมาจากลิฟต์ของตัวอาคารอย่างเชื่องช้าราวกับคิดอะไรอยู่ตลอดเวลา การตัดสินใจระหว่างไปรับชุดที่ตัดเอาไว้วันก่อน กับไปหาจิน หรือเยี่ยมฮิโรกิ บางที เขาควรจะไปเคารพศพที่งานก่อน.....หรือว่า จะไปหาคาซึยะดีนะ......

เวลาเลิกงานใหม่ๆตอนนี้ผู้คนเดินออกมาจากตัวอาคารมากมายจนเสียงดัง แต่กระนั้น เขาก็ยังแว่วๆได้ยินเหมือนเสียงของใครบางคนที่คุ้นหูเรียกชื่อเขาอยู่ดี ทันทีที่สายตากวาดมองไป ร่างสูงโปร่งในชุดนักเรียน ม.ปลายก็วิ่งมาหาท่าทางหอบแฮก
"คาซึยะ มาได้ยังไง?"
"ก็มาหาโทโมะไง.....ไปเยี่ยมฮิโรกิกันเถอะ........"
ในที่สุกยามะพีก็ได้คำตอบแล้ว เขาเดินนำคาซึยะไปยังรอถพอร์ชของตัวเอง และยื่นกุญแจให้เด็กหนุ่มเป็นคนขับ


ตลอดระยะทางที่ยาวนาน คาซึยะใช้มือข้างเดียวขับรถ ส่วนอีกข้าง เอาใช้มันกอบกุมมือเรียวเอาไว้แน่น ปลายนิ้วที่สอดประสานกันทำให้ทั้งคู่รู้สึกอบอุ่นในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก กระทั่งรถจอดหน้าอพาร์ทเม้นท์เก่าๆแห่งหนึ่ง ภายในดูทรุดโทรมไม่ต่างจากบ้านหลังที่คาซึยะพักสักเท่าไรนัก ทั้งคู่ขึ้นลิพท์ที่ดูซอมซ่อไปยังชั้น5 ก่อนเดินออกมาอย่างเชื่องช้าราวกับอยากใช้เวลาอยู่ด้วยกัน2คนให้ยาวนานที่สุด แม้ในเวลาสั้นๆนี้ก็๋ตาม

ประตูห้องที่ทั้งคู่จะเข้าไปไม่ได้ลอค มันเปิดอยู่พร้อมร่างใหญ่โตของชายหนุ่มที่โดนไล่ออกมาด้วยหมอนใบโตๆ
"ฮิโรกิ เดี๋ยวสิ......ฮิโระ!!"
"เกิดอะไรขึ้นน่ะจิน"
ยามะพีถาม พลางมองไปยังคนนั่งอยู่บนเตียงที่เอาแต่โวยวายเสียงดัง ฮิโรกิดูเหมือนทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ดวงตาคู่สวยที่ดูเย้ายวนคู่นั้นแดงก่ำ ซ้ำยังบวมเพราะร้องไห้อย่างหนัก
"ฮิโระไม่กินข้าว แผลฟกช้ำนั้นก็ไม่ทำแผล ไม่ฟังกันเลย!!!"
จินกำมือแน่นและชกที่กำแพงเสียงดัง คาซึยะเป็นคนเดินเข้าไปหาเพื่อนร่วมงานในห้องนอน ปล่อยให้ยามะพีคอยปลอบประโลมจินอยู่หน้าห้องเพียงสองคน

"ฮิโรกิซัง.............ผมคาซึยะเอง........"
เสียงที่ลอดเข้ามา ทำให้ร่างบางสงบสติอารมณ์ได้บ้าง คาซึยะจึงเดินเข้าไปใกล้ และนั่งลงข้างๆ ฮิโรกิชันเข่านั่งบนเตียง โดยที่ไม่ไกลกันนักมีกล่องยาถูกปัดระแกะระกะเพราะแรงโวยวายอันน้อยนิดของร่างบาง คาซึยะถอนหายใจ ถ้าเป็นยามะพีทำอาการอย่างนี้กับเขาล่ะก็ จะดึงมาจูบจนกว่าจะหยุดซ่าเลยทีเดียว

พลัน สายตาก็ไปหยุดอยู่ที่ต้านนอกของประตูที่ยามาชิตะจับมือกับจินแน่น ดวงตารีของคาซึยะก็ลุกวาวโรจน์ ก่อนจะเสหน้าทำเป็นมองไปทางอื่น พอเห็นดวงตาเศร้าสร้อยของฮิโรกิแล้ว อาการหึงลิซึ่มที่เกิดกับคาซึยะได้ทุกเวลาและสถานที่ก็บรรเทาลง มือหยาบกร้านยกขึ้นลูบศีรษะคนโตกว่าเบาๆ และหยิบกล่องยาที่กระจายอยู่ขึ้นมาทำแผลให้ฮิโรกิพลางหาทางพูดให้ฮิโรกิคิดถึงอีกคนให้มาก

"อาคานิชิน่าสงสารนะครับ......ฮิโรกิซังว่ามั้ย........."


"เขาเพิ่งเสียทั้งลูก ทั้งว่าที่ภรรยาหมาดๆ ทั้งๆที่อีกสัปดาห์ก็จะแต่งงานแล้วเชียว........."

"ฮิโรกิซังว่า คุณจินสมควรที่จะสูญเสียมากกว่านี้อีกหรือครับ?"
คู่สนทนาเงยหน้าขึ้นมามองคาซึยะแล้วโผเข้ากอดแรงจนกล่องยาที่วางข้างๆร่วงลงพื้นไปอีกรอบ ฮิโรกิสะอื้นฮักเหมือนเด็กๆ ริมฝีปากก็พร่ำพูดแต่เรื่องที่ตัวเองคิดมาตลอด
"เพราะฉัน..........เพราะฉันทั้งนั้น.........."
คาซึยะแกะมือที่กอดตัวเองเอาไว้ออกมา ดันตัวฮิโรกิให้เงยหน้ามาเผชิญ
"ทั้งหมดที่ผ่านมาไม่ใช่เพราะคุณครับ ฮิโรกิซัง........แต่จากนี้ต่างหาก........."


"ถ้าคุณยังเกเรอาคานิชิอยู่ มันเท่ากับอาคานิชิสูญเสียสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าลูก ยิ่งกว่าทาคาโกะซังอีกนะ........"
ฮิโรกิเงยหน้ามองคาซึยะ แล้วมองออกไปทางประตูที่มีจินนั่งกุมขมับอยู่โดยมียามะพีนั่งอยู่ข้างๆ
"ที่มาพูดน่ะ เพราะครั้งนึงคุณเองก็หวังดีกับผมแล้วก็ยามะจังใช่มั้ยล่ะ........ผมไม่รู้ว่าที่พูดไปจะช่วยอะไรได้บ้าง......ลองคิดดูนะครับ เห็นทีผมต้องไปแล้วล่ะ"
คาซึยะยกนาฬิกาขึ้นมาดู แล้วก็ยิ้มให้ฮิโรกิอย่างอ่อนโยน.......


ความอ่อนโยนนี้ มันเกิดขึ้นกับเขา ตั้งแต่วันที่รู้จักกับโทโมฮิสะ........


ความใจดี และมองโลกว่าเป็นของตัวเอง ไม่ใช่ไม่ใส่ใจใครอย่างที่แล้วมามันเกิดขึ้นเพราะคนๆเดียว.........

โทโมฮิสะ.............

คำตอบของทุกสิ่งทุกอย่าง........


คาซึยะยังไม่เคยคิดเลย ว่าหากวันหนึ่งเขาไม่มีโทโมฮิสะแล้ว........ชีวิตของเขา จะเป็นเช่นไร?.........

รถพอร์ชคันเดิมเคลื่อนตัวออกจากอพาร์ทเม้นของฮิโรกิไปยังจุดหมายใหม่ โทโมฮิสะเอนตัวเองพิงกับพนักพิง ไม่นานนัก รถก็เคลื่อนตัวมาจอดหน้าบ้านที่ยามะพีเคยมาแล้วครั้งหนึ่ง

"คาซึยะ.............."

ชายหนุ่มถอดเข็มขัดนิรภัยของตัวเองและของยามะพีออก แล้วฉวยโอกาสจูบที่ปากแดงเบาๆ ราวกับเป็นคำขานรับ ดวงตาทั้งคู่จ้องมองกันในระยะประชิด ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินสู่กันและกันจนได้กลิ่นอ่อนๆของอีกฝ่าย คาซึยะอดใจไม่ไหว...เขาก้มลงเพื่อจูบยามะพีอีกครั้ง แต่ก็ถูกนิ้วชี้กั้นกลางเอาไว้ แต่ปลายลิ้นซนก็ยังตวัดออกมาแลบเลียให้ยามะพีจั๊กจี๋เล่น เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นคาซึยะจึงถือโอกาสนั้นดึงมือทั้งสองข้างของโทโมะไว้บนหัว และก้มลงจูบที่ปากแดงคลี่ยิ้มน้อยๆอย่างอ่อนโยน ริมฝีปากที่นัวเนียกันอยู่นั้น ทำให้คาซึยะลืมสังเกตถึงแววตาเศร้าที่กำลังส่งออกมาจากดวงตากลมโต สองแขนดิ้นจนหลุดพันทนาการของคาซึยะ มาโอบรอบคอและเอียงหน้าเพื่อรับจูบนั้นให้แนบแน่นยิ่งกว่าเดิม
"อื้อ.......พอแล้ว......."

"อีกนิดนะ.........."


"พอแล้วคาซึ......อื้อ.................."
คาซึยะกระหยิ่มยิ้มในใจ พลางกดจูบลงไปอย่างไม่ฟังคำท้วงใดๆก็ตาม
"ถ้าอยากให้พอ ก็ขัดขืนสิครับ.........."
ยามะพีหน้าแดงจัด คาเมะรู้ว่าเขาไม่ได้อยากให้คาเมะหยุดอย่างที่บอกเลย ริมฝีปากจึงยินยอมให้อีกฝ่ายกระทำจาบจ้วงเช่นนี้ไปเรื่อย กว่าที่ยามะพีจะขัดขืนจริงๆได้ ก็ต้องรอกระทั่งคาซึยะใช้มือเลิ่กเสื้อของเขาขึ้นมาสะกิดติ่งไตสีชมพูอ่อนเป็นเครื่องบ่งบอกว่าหากไม่หยุดเสียตอนนั้น กิจกรรมบางอย่างต้องเกิดขึ้น ณ เวลาแห่งความเศร้าของทุกคนอย่างนี้แน่นอน

คาซึยะผละตัวออกมา จ้องมองริมฝีปากแดงอีกนาน จนลืมมองเข้าไปในดวงตาที่เอ่อคลอด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในหัวใจ
"คาซึยะ..............."


"ครับ"

ชายหนุ่มจะก้มลงไปจูบที่ปากเล็กสั่นระริกนั่นอีกครั้ง แต่ก็ต้องหยุดเมื่อประโยคต่อมาดังขึ้นด้วยน้ำเสียงกึ่งสั่นเทา
"ฉันคิดเรื่องนี้มานานแล้ว..............."
ปลายคิ้วโก่งยกตัวขึ้นเล็กน้อย เมื่อยามะพีหันหน้าหนี เสหลบตาไปยังกระจกข้างฝั่งที่มีตัวบ้านอยู่

ฉับพลัน ที่ความเงียบก่อตัวขึ้น คาซึยะก็เริ่มใจไม่ดีเมื่อชายหนุ่ม หลบตาเขาอย่างที่ไม่เคยเป็น.......สิ่งที่โทโมฮิสะคิดมานานแล้ว เป็นเรื่องที่คาซึยะไม่อาจคาดเดาได้ว่ามันคืออะไร กระทั่งนาน......กว่าประโยคถัดกัน จะกลั่นพูดออกมาได้ในที่สุด

"เคียวโกะต้องการนาย............."


"หมายความว่าไง.........."


"เลิกเจอกันเถอะ.............."


"โทโมฮิสะ........."
เป็นเสียงครางแผ่วเบาที่ออกมาจากลำคอ คาซึยะแน่นิ่งไปและไม่พูดคำใดๆออกมาอีก เขากำลังคิดว่าโทโมะอาจจะเล่น.........ล้อเล่นอะไรซักอย่าง.........แต่ ในแววตาที่สะท้อนจากกระจกรถนั่น มันกลับจริงจังจนคาเมะใจหายวูบ


"ฉัน.........ฉันคิดเรื่องนี้มานานแล้ว มันไม่ใช่แค่เพราะฉันสงสารผู้หญิงคนนั้น แต่.......ฉันเองก็คิดถึงนายด้วย ซักวันหนึ่ง พอนายโตขึ้น นายก็ต้องฝันที่จะแต่งงาน มีครอบครัว มีลูกเล็กๆไว้สืบสกุลคาเมนาชิ และสิ่งนั้น......................."
ยามะพีสบตากับคาซึยะเป็นครั้งสุดท้าย หยดน้ำตาไหลรินออกมาเชื่องช้า เพราะมันกลั่นออกมาจากหัวใจ

"ฉันทำให้นายไม่ได้........."


หยดน้ำใสกลิ้งลงบนปรางค์แก้มที่คาซึยะจะฟัดหอมมันทุกวัน


"อา..................."


เป็นเสียงที่ครางออกมาเพราะความเจ็บปวด คาซึยะทิ้งตัวลงบนเบาะคนขับเหมือนคนที่หมดเรี่ยวแรง เจ็บปวด จนรู้สึกตาลาย เขาห้ามยามะพีไม่ให้พูดไม่ได้ สมองกลั่นกรองแต่ละถ้อยคำที่รับฟัง และเฝ้าบอกตัวเองว่านี่คือฝันไป คาซึยะจิกปลายเล็บกับนิ้วตัวเองแน่น รู้สึกอึดอัด เพราะไม่คิดถึงการเผชิญหน้ากับยามาชิตะในลักษณะนี้มาก่อนในชีวิต


"ขอร้องล่ะ คาซึยะ..........ฉัน..............ฉันคิดเรื่องนี้มานานแล้ว แล้วมันก็เป็นทางที่ดีที่สุดแล้วจริงๆ......"


"เราไม่ได้รักกัน.........เข้าใจใช่ไหม คาซึยะ"

"เราไม่ได้รักกัน..................."

เสียงที่ดังออกมาจากริมฝีปากบางสั่นระริก หยาดน้ำที่เอ่อคลอเต็มหน่วยดวงตากลมโตสะท้อนถึงความเจ็บปวดที่มีไม่แพ้กัน ปต่โทโมฮิสะก็ไม่อาจรั้งคาซึยะเอาไว้กับตัวเองด้วยความเห็นแก่ตัวได้ เขาต้องปล่อยเด็กหนุ่มให้หลุดลอยไป และเป็นคนที่ตัดสินใจเอ่ยคำตัดสัมพันธ์แทน


ถ้าเป็นคาซึยะพูด.............ยามะพีรู้ว่าเขาจะทำใจไม่ได้

ในขณะเดียวกัน คาซึยะก็รู้สึกปวดหนึบที่หัวใจ หายใจไม่ออก เหมือนมวลอากาศที่อยู่รายล้อมหนักมากขึ้นทุกที........เขาปิดหู และซบหน้าตัวเองลงกับพวงมาลัย หากแต่ยังได้ยินเสียงหวีดหวิวราวกับคำเยาะมาแต่ไกล และเสียงร้องโอดครวญอย่างทรมานใจของตัวเอง ยามะพีไม่ได้ต้องการเขา อย่างที่เขารัก หวงแหน และต้องการชายผู้นี้เลย................


ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
คาเมะเรื่องนี้ให้ความรู้สึกหล่อมากๆ
แต่เอาแต่ใจสุดๆ เหมาะกับหน้ามันดี
ชอบว่ะบิว ทำไงดี
#1  by  = E.[NU_U+]:RaT = ヤマピー At 2007-03-22 23:42, 

<< Home