Bartender

ท้องฟ้ายามเย็นที่โอซาก้ากำลังคราคร่ำไปด้วยก้อนเมฆสีทมึน ทั้งๆที่เมื่อเช้าอากาศยังดีอยู่แท้ๆ เขาเองยังวางแผนที่จะไปเดินเล่นชมเมืองกับนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงอย่างคาซึยะอยู่เลย

แต่ถึงกระนั้น ร่างเล็กของโทโมฮิสะก็รู้ดี ว่าเหตุผลเรื่องฟ้าฝน ไม่ได้สลักสำคัญอันเป็นเหตุให้นัดเดทครั้งนี้ต้องล้มเลิก มันเป็นเพียงข้อปลอบใจเล็กๆน้อยๆให้กับความผิดหวังของตัวเองก็เท่านั้น ในเมื่อคาซึยะ เพิ่งส่งเมลมาบอกเขาเมื่อครู่ว่าการประชุมไม่ลุไปด้วยดี คงจะยื้อเวลาต่อไปสักชั่วโมง

ยามะพีถอนหายใจ และมองท้องฟ้าที่ร้องไห้แทนเขาด้วยความน้อยใจอยู่ริมระเบียงบ้านตากอากาศ พลางบีบมือตัวเองแน่นคลายความรู้สึกเหว่ว้าที่ประดังประเดเข้ามา

ตั้งแต่คืนดีกันในตอนนั้น เช้าของวันรุ่งขึ้นคาซึยะก็ถูกเรียกตัวจากเลขาให้รีบกลับมาสะสางงานที่บอกปัดเอาไว้ จวบจนบัดนี้โทโมฮิสะก็ยังไม่เห็นทีท่าว่างานของคาซึยะจะเสร็จสิ้นลงเสียที ทั้งๆที่ใจตรงกันแล้ว แต่อุปสรรคกลับตีรันมาจนนับไม่ถ้วน เขาพบหน้าคาเมะจนนับครั้งได้ แถมเจอกันทีไร คาซึยะก็จะเอาแต่กอดแฟ้มเอกสารไว้แน่น ไม่เห็นจะสนใจเขาเหมือนก่อนหน้านี้เลยสักนิดเดียว

น้อยใจ..................น้อยใจ................ ไอ้พวกแผ่นกระดาษโครงการบ้าบออะไรนั่น มันดีกว่าเขาตรงไหนกัน! ทำไมถึงได้เรียกร้องความสนใจไปจากคาซึยะได้ทั้งหมดแบบนั้น!!! ยิ่งคิด ยิ่งโมโหจนอยากจะเผาบริษัทคาเมนาชิให้ล่มๆไปเสียที ถ้ามันจะทำให้คาซึยะสนใจเขามาได้บ้าง

ก็ใครกัน ที่อยากจะดูแล ใครกัน ที่อยากจะบอกรักทุกๆวัน ใครกัน ที่จะไม่ละเลยความรู้สึกเล็กๆน้อยๆของเขาตามที่เคยสัญญาเอาไว้ สุดท้าย คาซึยะก็ปล่อยปละเขาเอาไว้อยู่ดี


โทโมฮิสะผละตัวเองออกจากระเบียงเพราะฝนที่กระหน่ำลงมาหนักเกินไปจนละอองของมันสาดกระเซ็นเข้ามาให้เนื้อผ้าเปียกชื้น นั่งลงบนโซฟาเนื้อดี กดรีโมทเปิดทีวีเสียงดังราวกับเรียกร้องให้ใครสักคนเข้ามาสนใจเขาให้มากกว่านี้


ทั้งๆที่รู้ว่าคาซึยะคงไม่รับรู้การกระทำที่เอาแต่ใจอย่างนี้เลย แต่ร่างบางก็ยังกระฟัดกระเฟียดนึกโมโหอยู่คนเดียวอย่างนั้น เขารู้ว่าช่วงรับทอดต่อกิจการเป็นเรื่องที่ยาก แต่ถึงอย่างไร คาซึยะก็น่าจะใส่ใจเขาบ้าง ไม่ใช่ว่าแม้แต่เข้านอนก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของแม่บ้านหรือซึบาสะอย่างทุกวันนี้ เพราะไม่ว่าใครๆ คนที่เขาต้องการมากที่สุดก็คือคาซึยะคนเดียวอยู่ดี


แล้วทำไม คาซึยะถึงทำตัวเหมือนไม่ได้ต้องการเขามากที่สุดเหมือนกันแบบนี้ล่ะ

หรือบางที......คาซึยะอาจจะทำงานจนเซ็กส์เสื่อมไปแล้วก็ได้


เมื่อความฟุ้งซ่านแผ่ปกคลุมมาถึงความคิดวิปริตเช่นนี้ ใบหน้าสีก็ซีดลงราวกับแผ่นกระดาษที่คาซึยะมักจะกดปากกาเซ็นต์ลงไป


ถ้าคาเมะเซ็กส์เสื่อมจริง คนที่แย่....ไม่ใช่เขาหรอกหรือ? ก็ในเมื่อ เขาเป็นคนเซ็กส์จัดเสียด้วยสิ.......

ยามะพีกัดที่ริมฝีปากล่าง....ไม่ได้การ ถ้าหากเป็นแบบนั้นจริง เขาไม่ยอมแน่...... มือเรียวกดโทรศัพท์ออกไปหาฮิโรกิ ด้วยความหวังที่ว่า ทุกปัญหา ย่อมมีทางแก้

"โมชิ ฮิโระจัง ทำยังไงดี คาเมะเซ็กส์เสื่อมไปแล้ว......ทำยังไงดี......."

---------------------------------------

บานประตูเปิด และปิดลงอีกครั้งเมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา บ้านไม้ตากอากาศที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์เป็นสิ่งที่คาซึยะคิดว่ามันคงผ่อนคลายจากงานหนักๆที่รุมเร้าเข้ามาจนน่าเวียนหัว นี่ยังโชคดี ที่ในที่สุดเคียวโกะก็ยอมเลี้ยงลูกเองเสียที ไม่อย่างนั้นคงมีเรื่องน่าปวดหัวมากกว่านี้แน่ รวมไปถึงคนรักน่ารักๆที่ยอมฟังคำของเขาทุกอย่างอย่างไม่ดื้อรั้น ตั้งแต่เข้านอน จนถึงนัดที่ต้องเลื่อนไปหลายครั้งจนเขาเองก็รู้สึกผิดเสียจนชินชา

คาซึยะเหลือบตามองนาฬิกาที่แขวนเอาไว้ใกล้ต้นเสา แล้วก็ถอนหายใจแรงๆ ป่านนี้โทโมฮิสะคงหลับแล้ว และเขาต้องรีบสะสางงานที่เหลือ พรุ่งนี้จะได้มีเวลาว่างพาผู้ใหญ่จอมขี้เกียจไปเที่ยวตามนัดเสียที อันที่จริงมันก็เหลือไม่มากแล้ว ถึงไม่ทำคืนนี้ พรุ่งนี้เช้ามาเร่งมือก็ยังคงทัน หากแต่เขาอยากที่จะนอนมองหน้าหวานๆของโทโมฮิสะจนสายตะวันโด่งมากกว่าอยู่ดี

ปึก!

แฟ้มเอกสารถูกวางลงบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ พร้อมๆกับประตูห้องนอนที่ถูกเปิดออกโดยร่างบางในชุดคลุมอาบน้ำที่บางกว่าปกติ สาบเสื้อจงใจแยกออกให้เห็นถึงหน้าอกแบนราบลงมาจนถึงหน้าท้องเรียบเนียน ในมือ ถือแก้วนมที่เย็นจนไอน้ำเกาะรอบๆเอาไว้ ขณะที่เรียวขาสีน้ำผึ้งค่อยๆขยับเดินนวยนาดมาใกล้และใช้ท่อนแขนข้างหนึ่งที่ว่างอยู่ตวัดรอบคอคาซึยะเอาไว้เพื่อโน้มคอลงมาจุมพิตที่ริมฝีปากเบาๆ
"เหนื่อยหรือเปล่า......"
คาเมะไม่อาจคาดคะเนถึงรังสีความร้อนเร่าที่แผ่ออกมาจากดวงตาคู่นั้นได้เลยแม้แต่น้อย เสียงของแก้วนมวางลงบนโต๊ะกระจก ก่อนที่เรียวแขนอีกข้าง จะโอบรอบคอเขาเพื่อให้ดวงตาจ้องมองกันได้ใกล้ยิ่งกว่าเดิม
"โทโมะไม่สบายหรือเปล่า"
"ก็เปล่านี่ ทำไมเหรอ ตัวฉันร้อนหรือไง"
ดวงตากลมโตช้อนมอง กระดกลิ้นเลียที่ริมฝีปากน้อยๆ แล้วพูดต่อด้วยเสียงแหบพร่า

"หรือว่าลิ้นของฉันมันไม่แดงเหมือนเมื่อก่อน"
กิริยาออดอ้อน จงใจบดเบียดร่างกายให้แนบแน่นกับเรือนร่างโปร่งของชายหนุ่ม เป็นเหตุให้คาซึยะต้องใช้มือลูบที่สะโพกของโทโมฮิสะ พร้อมๆกับเลิ่กคิ้วน้อยๆด้วยความไม่เข้าใจอะไรนัก หรือว่า....เขาปล่อยให้โทโมฮิสะต้องเหงาจนเกินไป
"คิดจะเล่นอะไรอีก....."
"เปล่า แค่อยากอ้อนคาเมะเท่านั้นเอง เห็นว่าทำงานหนัก....นาย ไม่ชอบเหรอ......."
ถึงน้ำเสียงจะดูสลดลง แต่ดูเหมือนการกระทำของยามะพีไม่ได้รู้สึกในน้ำเสียงตามนั้นเลยแม้แต่น้อย ปลายนิ้วที่ไว้เล็บยาวกรีดที่สาบเสื้อสูทรตัวนอก พลางค่อยๆดึงมันออก ขณะเดียวกัน ใบหน้าหวานก็ซุกอยู่ที่ซอกคอยาวของร่างโปร่ง ใช้ริมฝีปาก ฟัน และลิ้น ถอดเนคไทค์สีเข้มออกอย่างใจเย็น คาซึยะเองก็พึงพอใจกับลูกเล่นใหม่ของคนรักอยู่มากเช่นกัน
"ฉันชอบกลิ่นเหงื่อของคาเมะที่สุดเลย เซ็กซี่ดีจัง"
เสียงหวานหัวเราะคิกคัก พลางไล่ปลายจมูกลงมาตามรังดุมเพื่อแกะเม็ดกระดุมออกจากบนลงล่าง กระทั่งปลายลิ้นสัมผัสถึงความเย็นของหัวเข็มขัด โทโมฮิสะก็พบว่าตัวเองนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าคาซึยะเสียแล้ว
"งานเสร็จหรือยัง คาเมะ"
ริมฝีปากอิ่มเอื้อน ขณะที่มือก็ค่อยๆปลดพันธนาการเบื้องล่างของคาซึยะออกอย่างแนบเนียน
"ใกล้แล้วล่ะ.....โทโมะ ให้ฉันทำงานก่อนดีมั้ย แล้วเราค่อย....."
"คาเมะก็ทำงานไปแล้วกัน ฉันก็จะทำของฉันเหมือนกัน........."
ยามะพียิ้มให้จนตากลมๆกลายเป็นขีด คาซึยะแกะมือบางออกด้วยทีท่าที่ไม่ไว้วางใจนัก ในเมื่อปกติอยามะพีไม่เคยเล่นพิเรนทร์ขั้นถึงเนื้อถึงหนังขนาดนี้เลยสักครั้ง แต่กระนั้น มือเหนียวก็ยังไม่คลายออกจากเป้ากางเกงคาซึยะไปไหนได้ โทโมฮิสะละสายตาจากดวงหน้าหล่อมาจ้องมองความรู้สึกที่ถูกปลุกโดยตัวเองตรงหน้า และค่อยๆใช้ริมฝีปากกับส่วนนั้น โดยที่ยังไม่ได้ถอดชั้นในสุดออกมา

อึก...อือ

เสียงทุ้มครางสั่นเมื่อปลายลิ้นจงใจดุนดันอยู่กับส่วนนั้นอย่างกล้าๆกลัวๆ ริมฝีปากสีแดง ดูดเม้มกึ่งกลางลำตัวของเขาอย่างมัวเมาราวกับเป็นของวิเศษ ขณะที่มือบางค่อยๆเลื่อนชั้นในลงมาให้ปลายลิ้นของโทโมฮิสะได้สัมผัสกับเนื้อโดยตรง

อึก!!!

โพรงปากอุ่นร้อนที่โอบอุ้มแก่นกายของคาซึยะเข้าไปจนหมด เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คาซึยะไม่อาจแน่นิ่งได้อีก ค่อยๆเลื่อนเก้าอี้ล้อหมุนหนังชั้นดีมาเพื่อนนั่ง และพยายามดึงร่างเล็กให้ลุกขึ้นมาทาบทับ หากแต่โทโมฮิสะ กลับรั้งตัวเองเอาไว้ราวกับยังไม่หมดสนุกกับการที่ได้ปลุกอารมณ์ของคนรักให้ลุกโชนขึ้นมา

"อะ.......อือ........."

คาซึยะปล่อยให้โทโมฮิสะเล่นสนุกกับร่างของเขาในที่สุด มือใหญ่ลูบบนเรือนผมสีอ่อน สะกดกลั้นเสียงที่จะหลุดรอดออกมาเมื่อโทโมฮิสะดูดกลืนส่วนปลายแรง แต่ยามเมื่อปลายลิ้นเผลอเกี่ยวกับเนื้อเยื่อบางส่วน คาซึยะ ก็ไม่อาจห้ามเสียงครางอย่างพึงพอใจไม่ให้หลุดออกมาได้ มือใหญ่ค่อยๆสอดเข้าไปในเรือนผม และจับขยุ้มเพื่อกดลงให้ลึกยิ่งกว่า

"อึก........."

ใบหน้าของคาซึยะเชิดเงยขึ้น ขณะที่ฝ่ามือกลับกดให้ริมฝีปากของโทโมฮิสะมอบความรู้สึกให้มากกว่า.........มากกว่า.........และ..............มากกว่า

"อ.....อ้า..........."


ก่อนที่รสรักจะพุ่งพล่านออกมาเป็นสาย คาซึยะก็ดึงตัวยามะพีให้ละใบหน้าออกมาก่อนปลดปล่อย ถึงแม้ยามะพีจะดิ้นขัดขืนเหมือนเด็กจะยื้อเอาของเล่นอยู่บ้าง แต่ก็ถูกปลอบประโลมด้วยรสจูบที่ดุเดือด คาซึยะจูบอย่างโหยหาและดูดดื่มโดยที่ไม่ปรานีริมฝีปากกระจับบางนั่นเลยแม้แต่น้อย

อา........


กว่าที่ริมฝีปากจะถูกปล่อยให้เป็นอิสระได้ ก็นับว่านานอยู่พอสมควร ดวงตาของคาเมะ จ้องมองไปยังริมฝีปากแดงที่เผยอหอบอย่างรัญจวนใจ คราบของเหลวสีขาวขุ่นยังคงติดอยู่ที่มุมปาก ดวงตากลมโตปรือมองราวกับคนกำลังอยู่ในภวังค์


อะไรเป็นสิ่งที่ปลุกให้ยามาชิตะลุกโชนราวกับไฟได้เช่นนี้.....?

ใครจะสน?

คาเมนาชิกระตุกสายเชือกชุดคลุมอาบน้ำออกเบาๆ ทั่งร่างของยามะพีก็ปากฏอยู่ตรงหน้าให้สายตาคมของเขาจ้องมองอย่างโลมเลียไปได้โดยทั่ว ทุกซอกมุมกำลังลุกชันด้วยความรู้สึกที่ล้นปรี่ ถึงแม้โทโมะจะเป็นคนกระทำทุกอย่างตั้งแต่ต้น แต่กระนั้น คาซึยะก็รู้ดีว่าขณะที่กำลังปลุกระดมเขาอยู่ โทโมฮิสะเองก็เกิดอารมณ์มากมายเสียจนจับความรู้สึกได้

ด้วยหัวใจที่เต้นแรง ด้วยทีท่าของคนที่กระหายในความรักอย่างที่เขาเองก็เป็น


ยามะพีเอนตัวซบลงบนแผ่นอกของคาซึยะ เมื่อถูกช้อนตัวอุ้มขึ้นมาเพื่อพาไปยังห้องนอน และบรรจงวางลงบนเตียงอย่างทะนุถนอม และริมฝีปาก ก็ทาบลงมาบนหน้าผากของเขา
"นึกว่า นายจะเซ็กส์เสื่อมไปเสียแล้ว......."
ยามะพีพูดยิ้มยิ้ม เงยหน้าขึ้นรับจูบจากคาซึยะ อีกครั้ง และอีกครั้ง ดวงตาแสนเสน่ห์ของคาซึยะกำลังดุเดือด ขณะที่จ้องมองปรางค์แก้มและดวงตา
"บังอาจจังเลยนะ"


"คนอย่างผมน่ะเหรอจะเป็นโรคพรรค์นั้นได้........"

"ก็ไม่เห็นสนใจฉันเลย นึกว่างานพวกนั้นคงทำให้นายมีอารมณ์ได้มากกว่าฉันเสียแล้ว"
ปรางค์แก้มป่องเป็นหลักฐานอย่างดีถึงความรู้สึกของโทโมฮิสะ คาเมะจูบที่แก้มราวกับเป็นคำขอโทษ ก่อนจะย้ายลงมายังซอกคอ รวมถึงไหปาร้า

เพียงแค่ไซ้ไม่นาน ทุกที่ที่ริมฝีปากลากผ่าน กลับเป็นรอยเด่นชัดขึ้นมา ช่างเป็นผิวที่บอบบางและเป็นรอยง่ายเสียเหลือเกิน

ดวงตาของคาซึยะเป็นประกายวาววับ
"สงสัยจะต้องทะนุถนอมมากกว่านี้แล้วสิ........."


แต่ว่า........น่ารักขนาดนี้.........ใครจะอดใจไหว.....

คาซึยะเคลื่อนตัวลงมาเพื่อจูบที่หน้าท้อง รวมไปถึงใช้ฝ่ามือโอบอุ้มความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ตรงกึ่งกลางของร่าง เพียงแค่สัมผัสนิดเดียว ทั้งร่างของโทโมฮิสะก็กระตุกสั่นด้วยความต้องการที่ถาโถมเข้ามามากมายเสียแล้ว

อาจเป็นเพราะ ยามะพี.....คิดถึงสัมผัสจากคาซึยะมากเกินไป
ลมหายใจร้อนเป่ารดที่หน้าท้อง เขาไล่จูบลงไปยังส่วนที่ต่ำกว่าสะดือ แต่แรงจิกที่ผม ก็ทำให้ดวงตาคมช้อนมองใบหน้าแดงก่ำของร่างเบื้องล่าง

[B]"ทำฉันซักทีสิ.....อยากจะแย่อยู่แล้ว!!"[/B]

คาเมะเลื่อนตัวขึ้นอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ใช้มือผลักแยกเรียวขาทั้งคู่ให้แยกออกจากกัน ดึงสะโพกน้อยให้เข้ามาประชิดตัวจนสัมผัสถึงแก่นกลางร่างกายของเขาที่ดุนดันอยู่ตรงปากทางอ่อนนุ่มของยามะพี
"พูดจาน่าให้รางวัลจังเลยนะ......"
"ฉันก็อยากได้รางวัลจะแย่อยู่แล้ว คาซึยะ......"
ดวงตากลมโตของยามะพีฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยดน้ำตาแห่งความอัดอั้น ใช่สิ! คาซึยะสบายไปแล้วตั้ง 1 รอบ ก็เลยมีเวลามาแกล้งให้เขาทรมานอย่างนี้ได้นี่นา ยามะพีดึงหมอนที่รองอยู่บนต้นคอออกมาปิดหน้าตัวเองเมื่อสายตายิ้มเยาะของคาซึยะกำลังทิ่มแทงเข้ามาในม่านตาของเขา


โธ่เว้ย!!! ก็คนมันกำลังจะไม่ไหวถึงได้กล้าพูดอะไรแบบนั้นออกไปหรอกนะ! ที่จริงเขาก็อายจะแย่แล้วเหมือนกัน!

"อยากให้ทำมากกว่านี้แล้วเหรอ...."
คาซึยะยังรั้งรอที่จะปฏิบัติกิจ โทโมฮิสะจึงเขวี้ยงหมอนที่บังความกระดากอายนั้นใส่ใบหน้าหนาจนดัง 'ปุ'

"คาซึยะ!!! ถ้าไม่ทำเดี๋ยวนี้ เราเลิกกัน!!!! อ๊า.........อะ......อ๊ะ......!"

เพียงประโยคนั้นหลุดมา คาซึยะก็ไม่รั้งรอที่จะหยอกเอินคนที่ทอดกายให้เบื้องล่างอีกต่อไป เพียงแค่ออกแรงดันสะโพกไปน้อยๆเท่านั้น ช่องทางที่ชุ่มชื้นของยามะพี ก็ดูดกลืนเรือนกายของเขาเข้าไปอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง และผนังอ่อนนุ่มภายในก็เป็นอีกสิ่งเร้าที่ทำให้คาซึยะ ไม่คิดจะหักห้ามแรงปรารถนาของตัวเองเช่นเดียวกัน
"คาซึ......อ่า.คาซึยะ.............คาซึยะ..........."
เสียงแหบพร่าที่เอาแต่เอ่ยเรียกชื่อของเขา ใบหน้าหวานที่แสดงออกมาถึงความพึงพอใจที่ได้รับ คาซึยะขยับสะโพกตัวเองรุนแรงขึ้น ยิ่งแก้มใสของยามะพีแดงซ่านขึ้นเพราะเลือดที่สูบฉีดเท่าไหร่ ก็ดูเหมือนคาซึยะจะขยับตัวรุนแรงตามอารมณ์ที่ถูกกักเก็บเอาไว้เนิ่นนานมากเท่านั้น

หยดน้ำตาแห่งความสุข ไหลรื้นลงมาหยดรินลงบนที่นอนสปริงที่คอยดังเอี๊ยดอ๊าดเมื่อการขยับตัวเต็มไปด้วยความรุนแรงแห่งรสรัก

"อะ...........อย่างนั้น...........อื้อ......"

"อยากเร็วกว่านี้อีกไหม....."

"อื้อ....อ๊ะ....มะ..........ไม่ ช้าๆ ฉัน.........อ....ไม่ไหว....."

ยามะชิตะเงยสะบัดใบหน้าให้เม็ดเหงื่อสาดกระเซ็น เช่นเดียวกับคาซึยะ ที่หยดเหงื่อไหลรินลงมาถึงยอดจมูกและปลายคาง

"อา....ข้างใน นายร้อนไปหมด......"
เสียงของคาซึยะกระซิบแหบพร่า ส่งจังหวะช้า และเร็วสลับกันจนโทโมฮิสะแทบจะสำลักความสุขที่ได้รับมา....ลึก....แม้แต่ตัวเอง ก็ไม่อาจคาดคะเนได้ว่าคาซึยะ ส่งคามรู้สึกดีเหล่านั้นมาลึกแค่ไหนแล้ว

"อา......."


กระทั่งความรู้สึกที่ใกล้ปริแตกของทั้งคู่มาสิ้นสุด ณ ปลายทาง ใบหน้าหวานและโครงหน้าหล่อของทั้งคู่แดงก่ำ กลิ่นที่หอมหวานของหยดน้ำสีขาวขุ่นก็ฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศ วงแขน โอบรัดกอดกันแนบแน่นด้วยความเปรมดิ์ปรี

"อา............."

ลมหายใจหอบฮั่กของทั้งคู่ผ่อนลงจากสูงสุด เช่นเดียวกับอุณหภูมิที่ค่อยบรรเทาลงทีละน้อย แต่กระนั้น ทั้งสองร่างที่นอนทาบทับกันอยู่ ก็ยังรู้สึกถึงอุนณหภูมิของร่างกายที่สูงกว่าปกติอยู่ดี

คาซึยะยันตัวเองด้วยสองแขนให้ลุกขึ้นมามองหน้าหวานได้อย่างถนัดถนี่ เสยผมที่ปรกลงมาบนใบหน้าและเหนียวติดกับเม็ดเหงื่อที่แห้งกรัง พลางถอดถอนตัวเองออกมาช้าๆ

อา....... ใบหน้าของโทโมะ ยังปรากฏถึงร่องรอยความสุขที่เพิ่งผ่านพ้นไปอยู่เลย

แผ่นอกกระเพื่อมรุนแรง จนยอดอกสีชมพูสุขภาพดีแข็งชัน


คาซึยะก้มลงไปเพื่อใช้ปลายลิ้นสัมผัสอีกครั้ง ถึงแม้ฝ่ามือของยามะพีจะดันหน้าของเขาออกเพื่อแสดงอาการต่อต้านก็ตาม

"เหนื่อยอยู่ไม่ใช่เหรือไง"

"เหนื่อยก็ทำต่อได้......"


"พอแล้ว......ไปทำงานก่อนเถอะ.....ถ้าเสร็จแล้วค่อยมาทำฉันก็ได้......"


โทโมฮิสะหลับตาลง พลิกตัวหันหลังให้คาซึยะเพื่อป้องกันตัวเอง
"ยังไง....ฉันก็เสร็จคาเมะอยู่ดี......"
คาซึยะยิ้ม แล้วลุกออกจากเตียง สวมเสื้อคลุมตัวเดียวเพื่อไปยังโต๊ะทำงาน แก้วนมเย็นๆระเหยเอาอุณหภูมิต่ำออกไปแล้ว หากแต่ว่าความรู้สึกชื่นใจเมื่อได้ยกมันขึ้นมาดื่ม กลับเป็นสิ่งที่ทำให้คาซึยะรู้สึกดีกว่าเป็นไหนๆ


เพียงแค่ 3 ชั่วโมง ที่โทโมฮิสะได้พักหลับ ก็ถูกสะกิดด้วยปลายลิ้นของชายหนุ่มนักธุรกิจอีกครั้ง
"งานเสร็จแล้ว โทโมะล่ะ....."


"ให้ผมทำคุณให้เสร็จต่อได้หรือยัง?.........."
โทโมฮิสะทำหน้างอ แต่ก็ยินยอมให้คาซึยะลงมืออยู่ดี
"พรุ่งนี้ต้องพาไปเที่ยวด้วย...ห้ามผิดคำพูดแล้วนะ........"

"ไม่ผิดคำพูดแน่ๆ ถ้าพรุ่งนี้โทโมะลุกไหวนะครับ"

นิ้วมือเรียวยาวของคาซึยะเลื่อนไปปิดไฟโคมข้างหัวเตียง ให้ภายในห้องครองความมืดมิดและเสียงแห่งความสุขสมที่ครางเครือผะแผ่วออกมา

ดวงดาวเป็นร้อยพันแอบมองทั้งคู่ใต้แสงจันทร์ของคืนเดือนเพ็ญ ตามคำมั่นสัญญาของคาซึยะ

เขากำลังเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เหมาะสมกับโทโมฮิสะ และไม่เคยคิดจะละเลยทุกความรู้สึกเล็กๆน้อยๆในก้นบึ้งจิตใจเลยสักครั้ง


ผู้ร่วมงานคงรู้ดียิ่งกว่าตัวคนขี้น้อยใจ เพราะโปรเจคที่กำลังสะสางอยู่นี้เวลาจนถึงปลายเดือนหน้า แต่คาซึยะกลับเร่งมือกระทั่งสำเร็จลุล่วงภายใน 7 วัน.....

ด้วยอานุภาพแห่งความรัก และด้วยความรู้สึก ที่แท้จริง......


------------------------

plas++

รุ่งสางของวันใหม่เข้ามาเยือนบนเตียงที่ยังคงส่งเสียงเอียดอาดอย่างไม่หยุด โทโมฮิสะกรีดร้องเป็นครั้งที่เท่าไหร่ตัวเองก็ไม่อาจคะเนนับได้ ยามเมื่อคาซึยะถอนตัวออกได้ไม่นาน ก็จะกลับเข้ามาใหม่ด้วยอารมณ์ที่ฮึกเหิมกว่าเป็นเท่าตัว.....ไม่มีอาการของคนเซ็กส์เสื่อมอย่างที่เขาเข้าใจเมื่อทีแรกเลยสักนิดเดียว
"คาเมะ มันเช้าแล้วนะ....."
"ไม่มีข้อห้ามว่าห้ามทำอะไรตอนกลางวันนี่นา"
คาซึยะพูด พลางซุกปลายจมูกลงบนกกหู ใช้ปลายลิ้นตวัดเลียหลายครั้งจนใบหูของยามะพีชุ่มชื้น
"จะพาไปเที่ยวไม่ใช่เหรอ"
ยามาชิตะดันตัวเองออกเพื่อลุกขึ้นนั่ง แต่อาการล้าที่สะโพก กลับทำให้ต้องทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอีกรอบ
"ลุกไม่ไหวก็ไม่ไป........."
"ไหว!!!!"
เสียงแหวตวาดกลับ ยามะพีพยายามลากตัวเองลงจากเตียงอีกครั้งด้วยเรียวขาที่สั่นพร่า และจะล้มลงอีกครั้ง หากไม่ได้แขนกำยำของคาเมะประคองเอาไว้เสียก่อน
"ถ้านายไม่จับ ก็ยืนไหวหรอกน่า!"
"เชื่อแล้วครับ งั้นไปอาบน้ำเถอะ ถ้านั่งรถล่ะก็ผมพาไปเที่ยวก็ได้"
ยามะพียิ้มแก้มปริ พลางเกาะแขนคาซึยะที่เดินพยุงเขาไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกลกันนัก

"แล้วทำไมเมื่อวานถึงได้เล่นซนแบบนั้นล่ะ"

"ก็นึกว่านายเซ็กส์เสื่อมน่ะสิ........"

คาซึยะเปิดน้ำอุ่นให้ ยามะพี พลางเดินลงไปนั่งในอ่างด้วยกัน
"ก็เลยโทรไปปรึกษาฮิโรกิ........."
คาเมะอมยิ้มขอบคุณอดีตเพื่อนร่วมงานด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ หยิบฟองน้ำที่วางอยู่ใกล้ๆกับสบู่มาถูแผ่นหลังทีเต็มไปด้วยความประปรายของรอยจูบกลีบกุหลาบ

ก็โทโมฮิสะเนี่ยน๊า......ปรึกษาใครไม่ปรึกษา ดันมาปรึกษาโฮสต์มือหนึ่งที่เก่งกาจทางด้านเอาใจลูกค้าเสียเหลือเกิน..... ที่ต้องเหนื่อยทั้งคืนแบบนี้ก็สมควรแล้ว......


เล่นอะไรไม่กลัวสามีตัวเองหัวใจวายเอาซะบ้างเล้ยยย

e n d


edit @ 2007/04/18 12:49:42

งานวันเปิดพินัยกรรมถูกจัดอย่างใหญ่โต ณ โรงแรมหรูกลางกรุงโตเกียวตามคำสั่งสุดท้ายก่อนจากไปของคุณยายที่ต้องการจะเปิดตัวหลานชายที่ไม่มีใครรู้จักในวงการนักธุรกิจ ผู้คนหลายคนมาแสดงความยินดีกับเขาทั้งๆที่คาซึยะไม่เข้าใจว่าคนพวกนั้นจะมาแสดงความยินดีกับเขาทำไมในเมื่อการได้รับมรดกของเขาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับนักสวมหน้ากากเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย บรั่นดีชั้นดีถูกยกมาเสิร์พให้คนไม่รู้จัก คาซึยะกำลังกวาดตามองดูความเรียบร้อยโดยรอบจากมุมเงียบๆแห่งหนึ่งทั้งๆที่ตัวเองเป็นเจ้าภาพ
เสียงพิธีกรกล่าวเปิดงานไปเมื่อ20นาทีที่แล้ว และเขาก็ขึ้นไปแนะนำตัวเสร็จเรียบร้อย รวมถึงพินัยกรรมที่เปิดต่อสาธารณชนตามกำหนดการเสร็จทุกอย่าง เหลือเพียงแต่การสังสรรค์เรื่องธุรกิจเล็กๆน้อยๆตามสมควรของแขกเหรื่อ

คาเมนาชิกระดกบรั่นดีรวดเดียวจนหมดแก้ว แล้วมองการเป็นไปอย่างเงียบๆตามนิสัยเดิม กระทั่งนายยามาชิตะเดินเข้ามาหาด้วยแววตาที่วาดหวังถึงอะไรบางอย่าง
การสนทนาที่ไม่ดีนักเริ่มต้นและจบลงเมื่อนานมาแล้ว และคาซึยะก็ไม่ได้ติดใจอะไรในเมื่อตอนนั้นเขาเป็นแค่เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าที่หวังสูงจะมาสมสู่กับลูกชายเจ้าของบริษัทนำเข้าจิวเวอรี่ดังของญี่ปุ่น แต่วันนี้ไม่ใช่แล้ว
คาเมะกลายเป็นเจ้าของบริษัทการจัดการอสังหาริมทรัพย์และผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชื่อดัง รวมไปถึงเป็นนายทุนสวนผลไม้หลายแห่งรวมถึงสวนสตอบอรี่ที่คุณยายมักลงไปดูแบด้วยตัวเองครั้งยังมีชีวิตเพื่อการส่งออกที่มีคุณภาพ ไม่แปลกเลยที่วันนี้พ่อเลี้ยงของยามะพีจะเดินเข้ามาคุยด้วยท่าทีเป็นมิตร
"ยินดีด้วยนะครับ........"
"ขอบคุณครับ ยังไงวงการธุรกิจผมเองก็คงต้องฝากตัวไว้ด้วยนะครับ ยามาชิตะซัง"
นายยามาชิตะหัวเราะเบาๆเมื่อเห็นถึงท่าทีนอบน้อมของคาซึยะ เขาจิบไวน์ชั้นดีเล็กน้อยและดวงตาฝ้าฟางของนักธุรกิจวัยกลางคนก็มองเลยหลังคาซึยะไปอย่างไร้จุดหมาย
"โทโมะจังดูแย่มากๆเลยครับ พักหลังๆนี้ ผมคิดว่าส่งไปเรียนเมืองนอกแล้วจะได้ทำตัวยุ่งๆไม่ต้องเป็นโรคซึมเศร้าอีก......พอเรียนจบแล้วก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม.........เฮ้อ..........ผมลำบากใจกับลูกชายคนนี้จริงๆ"
ริ้วรอยบนหน้าหยาบกร้านเพราะขาดการดูแลอย่างที่ควรเป็นเครื่องหมายได้ดีถึงความรู้สึกที่หนักอึ้งของชายวัยกลางคน คาซึยะก้มหน้าลงมองแก้วบรั่นดีที่ว่างเปล่าเพียงครู่ แล้วก็เม้มปากแน่นสนิทเมื่อคิดถึงใบหน้าและแววตาแสนเศร้าในวันที่โทโมฮิสะเลิกรากับจินในคราวนั้น

เพียงแวบแรกที่นึกถึง คาซึยะก็ปวดที่หัวใจ...............

"เพราะผมหรือเปล่าครับ"
"ผมไม่ทราบหรอกนะ แต่ก็เห็นแกเป็นอย่างนั้นตั้งแต่ช่วงที่คุณหายหน้าไป"

"โทโมะเป็นคนยังไง คุณเองก็คบหาดูใจลูกชายผมมาได้ระยะหนึ่งแล้ว คงทราบดี.........เมื่อวานนี้แกเพิ่งกลับมาที่ญี่ปุ่นหลังจากผมให้เพื่อนในคณะของโทโมะจังพาเขาไปเที่ยวที่ฝรั่งเศส นึกว่าจะดีกว่าเดิม......"
ชายวัยกลางคนเลิกคิ้วขึ้นสูง พลางพยายามระบายยิ้มออกมาแม้มันจะดูฝืนพิกล
"เด็กนั่นกลับมาแล้วก็ร้องไห้ทั้งวัน ผมไม่รู้ว่าไปเจออะไรมา แต่เห็นซึบาสะบอกว่า โทโมะจังไม่ยอมกินอะไรเลยสักอย่าง........."

"อย่างนั้นเหรอฮะ........"
คาเมนาชิขมวดคิ้วชนกันจนเป็นปมแน่น พลางเม้มริมฝีปากอย่างใช้ความคิด แต่แล้วเสียงร้องโวยวายจากลูกชายคนเดียวก็ดังขึ้นทำให้การสนทนาที่ตึงเครียดยุติไปโดยปริยาย
นายยามาชิตะมองพี่เลี้ยงที่อุ้มเด็กมาให้คาซึยะพลางทอดถอนหายใจ
"ถ้ามีครอบครัวแล้วก็ไม่เป็นไรครับ เรื่องโทโมะจังผมจัดการเองได้"
ชายวัยกลางคนเดินจากไป ทิ้งไว้ซึ่งแก้วไวน์ที่ว่างเปล่าและความหวังที่ริบหรี่

สุดท้ายที่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนต้องช้ำใจ ท้ายที่สุดคงหนีไม่พ้นเพราะความโลเลของผู้ชายหนึ่งคนอยู่ดี

คาซึยะอุ้มเจ้าตัวจ้อยพลางกอดประโลมให้หยุดร้องไห้ ริมฝีปากที่ยังเลอะกรังด้วยหยดน้ำนมเฝ้าแต่เรียกหาแม่ไม่หยุด คาซึยะจึงเลื่อนมือไปหยิบโทรศัพท์รุ่นล่าสุดออกมากดโทรหาเคียวโกะ หากแต่miss callก็ทำให้ปลายนิ้วหยุดชะงัก และโทรกลับตามเบอร์ของคนที่โทรมาทันที

"มีอะไร เอริกะ..................."


"โอ๊ย........ทำไมนายโง่อย่างนี้วะ ไอ้เต่า ที่บอกว่าผู้ชายคนนั้นไม่ได้รักนายน่ะ ใช้หัวแม่โป้งคิดรึไง นี่อย่าว่าฉันสอนเลยนะ แต่ขนาดช่างถ่ายรูปมือสมัครเล่นอย่างฉันเห็นลูกกะตาเศร้าๆของหมอนั่น ยังรู้เลยว่าหมอนั่นคิดอะไรอยู่ แล้วนายน่ะ เป็นทั้งตัวก่อเรื่องเอง เป็นทั้งตากล้องมืออาชีพ อ่านใจคนจากตาไม่ออกรึยังไง?"
เด็กสาวห้าวพูดพลางกดแนบไฟล์ภาพส่งไปหาชายหนุ่มที่รู้จักกันมาเกือบ 3 ปี เต็มทางอีเมล หัวไหล่บางกดแนบโทรศัพท์ไว้กับใบหู ฟังเสียงเงียบจากคาซึยะเป็นการเถียงที่ดื้อดึงที่สุดในชีวิต
"นายคิดว่าเค้าไม่รัก แล้วคิดบ้างมั้ยว่าหมอนั่นน่ะ ก็คิดเหมือนกันว่านายไม่รัก........ อย่างที่ฟังมานะ ที่หมอนั่นบอกเลิกเพราะว่ารักนายต่างหาก.......อย่างนี้แหละมุมมองของผู้ใหญ่ นายไม่เคยถูกแม่ตีรึไง?"


"เหมือนกันแหละนะ! ตอนถูกตีมันก็เจ็บใช่มั้ยล่ะ แต่พอนายโตขึ้นแล้วมองย้อนกลับไปแล้วไม่รู้หรอกเหรอว่าแม่ทำเพราะอะไร?"


"เออ! รู้แล้วว่านายไม่มีแม่! ฉันก็แค่เปรียบเทียบ......คาซึยะ นายจะปล่อยให้ผู้ชายคนนั้นหลุดลอยไปถึงไหน ทำไมถึงคิดว่าแค่นายที่เจ็บปวดคนเดียว ฉันจะบอกให้นะ หมอนั่นดูเป็นคนอ่อนไหวกว่านายตั้งเท่าไหร่ ทำไมไม่คิดบ้างว่าตลอดเวลาที่นายอยู่คนเดียว หมอนั่นก็อยู่คนเดียวเหมือนกัน.........."


"ฉันส่งรูปตอนที่หมอนั่นเห็นรูปนายในแกลลอรี่ไปให้แล้วนะ เผื่อจะเข้าใจอะไรมากขึ้น จะได้หายโง่ซักที!!"
พอปลายนิ้วเรียวกดคำว่าsend มือเพรียวอีกข้างก็กดตัดสายพร้อมๆกัน เอริกะ เด็กสาวที่บังเอิญเจอกับคาซึยะในงานศิลปะเมื่อสามปีที่แล้วนั้นอมยิ้มน้อยๆอย่างคนภาคภูมิใจ เหมือนนี่เป็นสิ่งแรกที่หล่อนมีชัยเหนือคนอย่างคาซึยะ........หัวสมองอันชาญฉลาด ที่คาซึยะ ไม่มี นั่นเอง......


ภาพขาวดำจากกล้องกระจอกที่เอริกะ เด็กสาวที่บังเอิญเจอที่สนามบินในเนปาลวันที่เขาไปถ่ายรูปจากหุบเขาสูงเก็บเงินซื้อเองเป็นภาพที่คาซึยะไม่อาจละสายตาไปได้ คาซึยะจับเมาส์เอาไว้แน่น และสั่งปริ๊นส์รูปจากปรินซ์เตอร์ของสำนักงานอสังหาริมทรัพย์บนยอดเขาของทุ่งหญ้ากว้างในเขตพื้นที่ไร่กว้าง เครื่องช่างทำงานชักช้า เมื่อเทียบกับหัวใจอันร้อนรนที่เต้นไม่เป็นจังหวะเอาเสียเลย

และในที่สุด ภาพที่ถูกขยายใหญ่ขนาดเอสี่ก็ปรากฏตรงหน้า นักธุรกิจหน้าใหม่กำภาพเอาไว้แน่น และปล่อยให้หยดน้ำตาร่วงลงมาอย่างยากจะหักห้าม


เขาทำอะไรลงไป..........

ทำไมไม่ฉุดรั้งโทโมฮิสะเอาไว้ในวันนั้น??????

"โฮ................."

ซึบาสะปล่อยโฮออกมาพร้อมกับกอดร่างของทาคิซาว่าเอาไว้แน่น เมื่อแผ่นหลังของนายน้อยหายลับไปกับผู้คนในสนามบินในที่สุด หยดน้ำตาที่กักกั้นแสร้งทำเข้มแข็งเพื่อเป็นหลักให้โทโมฮิสะไหลรินอาบสองแก้ม แต่กระนั้นหน้าหวานก็ยังรันที่จะไปเช็ดหยดน้ำตากับเสื้อสูทรของทาคิซาว่าเพื่อหยดใหม่จะได้ไม่ไหลทับรอยเดิม
ทักกี้หัวเสียไม่น้อยกับคนรักคนนี้ เพราะอาการที่แสดงออกมาเกินกว่าจำเป็นนั้นมันทำให้น่ารำคาญใจ ถ้าซึบาสะร้องไห้เพื่อเขาล่ะก็ทักกี้คงไม่ว่าเลย แต่นี่มันกี่ครั้งแล้วที่ซึบาสะต้องเสียน้ำตาให้เด็กคนนั้น!?!? แต่ถึงแม้จะหงุดหงิดใจเพียงใด ทักกี้ก็ยังคอยปลอบประโลมอิมาอิไม่ห่างอยู่ดี
"ไม่เอาน่า ซึบะจัง โทโมะน่ะจะไปเที่ยวนะ ไม่เห็นจะต้องร้องไห้ขนาดนี้เลย"
"ไม่.....ฮึก.......โทโมะจังไม่ได้ไปเที่ยวหรอก ไม่ได้เที่ยว.......อึก แล้วถ้าโทโมะจังร้องไห้ ใครจะเช็ดน้ำตาให้ล่ะ ถ้าโทโมะจะนอน ใครจะห่มผ้าให้ล่ะ....โทโมะของฉันน่าสงสาร..........."
"อิมาอิ โทโมฮิสะโตเป็นหนุ่มแล้วนะ......."
"ตัวยังกะเปี๊ยกเดียวอยู่เลย ดูสิ ตัวนิดเดียวเอง.....เพิ่งเป็น นาย เมื่อไม่กี่ปีที่แล้วเองนะ จะเรียกว่าโตได้ยังไง........"
สุดท้าย ฮิเดอากิก็ต้องยอมให้อิมาอิเป็นฝ่ายถูกอยู่ดี.............


แค่ไม่กี่ปีเอง??????


--------------------------------

คาซึยะสวมเสื้อสูทรขับชอปเปอร์ฝุ่นเกาะที่ไม่ได้ใช้มา 5 ปีตากฝนหลงฤดูมาที่บ้านหลังที่คุ้นเคยหลังจากประชุมผู้ถือหุ้นเสร็จ ประตูบ้านสีขาวปิดสนิทเช่นเดียวกับประตูรั้ว รถทุกคันก็หายไปหมด และเมื่อกดออดหลายครั้ง ก็ไม่มีเสียงตอบรับจากบุคคลภายในบ้านอยู่ดี

ไม่อยู่????

ดวงตารีเล็กพยายามลืมตามองทั้งๆที่เปลือกตาหนักอึ้งไปด้วยความเปียกปอน เช่นเดียวกับเนื้อผ้าราคาแพงที่เปียกแฉะไปจนทั่วเพราะหยดหนักๆของเม็ดฝน หากแต่ห่อใส่รูปที่เป็นพลาสติกอย่างดี กลับถูกปกป้องเอาไว้โดยไม่ระคายความชื้นแม้แต่น้อย

เสียงแตรรถพอร์ชเก่าดังขึ้น ทำให้ร่างที่กำลังจ้องมองไป ณ ห้องนอนที่เคยเสพสุขด้วยกันสะดุ้งตัว คนที่เปิดประตูรถออกมาเป็นอิมาอิโดยทาคิซาว่ากางร่มให้อยู่ ทำให้คาเมนาชิคลี่ยิ้มออกมาด้วยความยินดี และเมื่อซึบาสะเดินมาประชิดตัว คาซึยะก็สัมผัสได้ถึงความเจ็บแปลบบนใบหน้า

เพียะ!!!!!~

"กลับมาทำไม!! เค้าไปแล้ว เพราะนาย....กลับมาอีกทำไม!!!!!!!"
"ซึบะใจเย็นๆ"
ทักกี้รวบทั้งร่างเอาไว้ด้วยมือข้างเดียว คาซึยะยังไม่หันหน้ากลับมาหลังจากที่โดนตบเมื่อครู่ กระทั่งริมฝีปากขยับพูด ก็ยังไม่ยอมมองหน้าคู่สนทนาเลยสักนิด

"ไปไหน......ครับ......."


"มันไม่เกี่ยวกับนาย......เลิกทำร้ายเค้าซักที!!!!! ให้เค้าลืมนายไปซะ........ลืมไปซะ!!!!!"
"ผมไม่ยอมให้เขาลืมผมหรอก! เขาอยู่ทีไหน...ไปไหน..........!"
ทักกี้ดึงร่างของซึบาสะออกไปก่อนคาซึยะจะมาประชิดตัวและพยายามดันร่างเล็กให้เข้าไปในรถพอร์ช โดยที่ตัวเองขออยู่เคลียร์กับคาเมนาชิตามลำพัง กระนั้น ซึบาสะก็ยังแสดงทีท่าไม่วางใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด
"เชื่อมือฉันเถอะน่า......"
ทักกี้กระซิบบอกที่กกหู พลางจูบที่ขมับก่อนปิดประตูรถให้คนรักด้วยท่าทีอ่อนโยน


เป็นสิ่งที่ทำให้คาซึยะ..........เจ็บที่ใจ..........

เขาไม่ได้ทำอย่างนี้ ให้คนรักเลย..........


โต๊ะตัวในของบาร์แห่งเดิมที่คาซึยะเคยมาทำงานถูกจับจองโดยชายหนุ่มสองคน แก้วแอลกอฮอล์ และขวดเปล่ายังตั้งอยู่ระเกะระกะ แต่คนดื่มกลับยังไม่มีทีท่าว่าจะเมาเลยแม้แต่น้อย
"ทำไมโทโมะถึงคิดอย่างนั้น........."
คิ้วบางขมวดเข้าหากันเป็นปม ริมฝีปากเมื่อเอื้อนเอ่ยจบด้วยความฉุนเฉียวก็ยกเครื่องดื่มสีอำพันมาดื่มรวดเดียวหมด
"ไม่เข้าใจหรือไง ที่ผมทำทุกอย่าง.....ทำไมไม่คิดว่าผมรักเค้าบ้าง ผมทำอะไรให้เค้าคิดว่าผมรักคนอื่นหรือไง!"
"นายไม่ได้แสดงออกมาหรอกว่านายรักคนอื่น ปัญหาอยู่ที่ว่า โทโมฮิสะเคยมีแผลเก่า แล้วก็กลัวกับอะไรที่เคยคิดว่าคิดไปเอง จินน่ะเคยบอกรัก แต่ก็หักหลังเค้าได้ ถึงไม่พูดออกมา นายคิดว่าหมอนั่นจะไม่คิดอะไรลึกๆเลยหรือไง"
"งั้นก็แสดงว่าเขารักจินอยู่.....นั่นแหละเหตุผล!"
"อย่าเพิ่งหงุดหงิด คาซึยะ.........."
ทักกี้หยุดพูดเพื่อจิบแก้วที่มีน้ำเมาจนเต็ม
"หมอนั่นคิดกว่านายรักเหมือนกัน แต่นั่นมันก่อนหน้าที่นายจะบุกไปหาที่ห้อง เข้าใจหรือเปล่า?"

"คุณรู้...........?"
"โอ๊ย โทโมฮิสะละเมอออกมาเป็นเรื่องเลยล่ะ หมอนั่นคิดถึงนายตลอดเวลา แล้วก็คิดเสมอเหมือนกันว่านายน่ะ เห็นเขาเป็นที่ระบายอารมณ์ ไหนจะเรื่องยัยเคียวโกะอะไรนั่นอีก"
"เคียวโกะทำไม"
"จะไปรู้เรอะ ก็นายแต่งกับเคียวโกะแล้วก็มีลูกไม่ใช่หรือไง น้ำแข็งหมด....น้อง น้ำแข็งด้วย..."
บริกรหยิบถังน้ำแข็งมาให้ชายหนุ่มทั้งสอง ก่อนเดินออกไปเงียบๆให้แขกมีโอกาสสนทนากันต่อ

ผมแต่งกับเคียวโกะเพราะมันเป็นความต้องการของโทโมฮิสะไม่ใช่เหรอครับ ไม่เห็นจะดีเลย เราทะเลาะกันทุกวันเพราะผมไม่ได้รักผู้หญิงคนนั้น....

ไหนจะเรื่องลูกอีก เราแต่งกันไม่ถึงปี เด็กคนนั้นก็เป็นลูกของเคียวโกะกับสามีของเขา... ที่ผมเอามาเลี้ยง ก็เพราะคำพูดของโทโมะ ทุกอย่าง

เขายังไม่พอใจ แล้วผมก็ยังเป็นคนผิดทั้งนั้นเหรอครับ ทั้งๆที่ผมไม่เคยผลักไสเขาให้ใครเลย....


ทาคิซาว่าถอนหายใจออกมายาว

"สาเหตุที่สำคัญที่สุดน่ะ ก็คือเขาไม่แน่ใจในตัวนายเลย อยากจะรั้งเอาไว้ ก็กลัวนายไม่อยากอยู่ด้วย"


"แล้ว.........ตอนนี้ เขาอยู่ที่ไหน..........."

ทาคิซาว่าเงยหน้าขึ้นมอง พลางกยิ้มที่มุมปาก
"ได้ยินจากคุณอา หมายถึงพ่อของโทโมฮิสะน่ะ ว่านายมีครอบครัวแล้ว มีลูกตัวเล็กๆที่กำลังงอแง......."


แก้วแอลกอฮอล์ถูกยกสูง ทักกี้มองเพดานผ่านทางก้นแก้ว

"โทโมฮิสะรู้เรื่องนี้แล้วด้วย ถึงได้ไปที่นั่น..........."

"ที่ๆนายสองคน เจอกันครั้งสุดท้าย...."
3 วันแล้ว.........


3 วันเต็มที่เขาออกตามหาใครบางคนที่นี่ เกาะกวม...สถานที่แห่งความโรแมนติก


โรแมนติก???


"หึ........."
คาซึยะหัวเราะในลำคอ พลางทอดสายตามองไปบนยอดผาสูงชัน ข้างๆกัน มีบอร์ดที่อธิบายความสำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งนี้เอาไว้ จะว่าไป ก็วันนี้แล้วที่เป็นวันสิ้นปี ผู้คนมากมายจึงแห่กันมาท่องเที่ยวมากกว่าเมื่อหลายสัปดาห์ก่อนที่คาซึยะมาถ่ายภาพที่นี่

ดวงตารีมองทอดไปยังเบื้องล่างอันมืดมิด ถึงมีเขตรั้วกั้นอยู่ระหว่างผาก็ไม่ได้ทำให้ใครสักคนหากคิดจะกระโดดลงไปตามคำบอกเล่าของบรรพบุรุษเปลี่ยนใจได้เลย คาซึยะโน้มตัวลงไปจนดูท่าเหมือนกับคนจะกระโดดผาเพื่อพิสูจน์รักเข้าทุกที หากไม่มีแรงจากเบื้องหลังมาดึงแขนเสื้อเอาไว้
"อีกแล้วเหรอเนี่ย วันนี้จะกระโดดผา 2 คนแล้วเชียวนะ............."
นายตำรวจท่องเที่ยวของเกาะบ่นออกมาและติเตียนคาเมนาชิอยู่นาน กว่าจะพาตัวไปที่สถานีตำรวจเพื่อคุมตัวเอาไว้ไม่ให้ก่อเหตุล่อแหลมอีก และคาซึยะ ก็ไม่ได้มีทีท่าจะขัดขืนแต่อย่างใด
"เมาหรือเปล่า นายน่ะ"
"เปล่าครับ"
นายตำรวจพยักหน้าน้อยๆเชิงรับรู้
"แล้วจะกระโดดไปทำไม ไหน แฟนก็ไม่อยู่นี่ หรือว่าแค่ก้มลงไปดู นี่มันเหตุผลคนเมื่อเช้าเลยนะ"
คาซึยะจึงไม่ขอต่อล้อต่อเถียงอีก ใจหนึ่งอย่างตามหาใครคนนั้น หากแต่อีกใจ กลับรู้สึกท้อแท้กับการเล่นซ่อนหาครั้งนี้

เพราะทุกนาที หัวใจมันก็เหี่ยวเฉามากกว่าเดิม.........


ผู้คนมากมายแบบนี้ จะให้ไปตามหาที่ใดกัน..........


"คุณตำรวจ ทางโน้นจะมีคนฆ่าตัวตายอีกแล้ว......."
เสียงที่แว่วมา ทำให้คาซึยะหันไปมอง เจ้าของร่างบอบบางดวงตากลมโต เป็นเหตุให้มุมปากของคาซึยะกดยิ้มด้วยความรู้สึกตื้นตัน หากปต่เมื่อมาใกล้ๆ เขาก็ได้รู้ว่าเด็กคนนี้ไม่ใช่คนที่เขาตามหาแต่อย่างใด

สมอง...คงเบลอจัดเพราะรอแต่จะให้ปรากฏภาพของคนๆนั้นทุกลมหายใจ

รอยยิ้มเฝื่อนค่อยหุบลง และเดินตามนายตำรวจไปทางผาสูงอีกรอบ และเขาก็ได้พบ แผ่นหลงเพรียวบางและผมทุยของคนๆนั้น ลักษณะท่าทางที่เหมือน จนตัวเองแทบสะบัดหน้าไล่ความคิดไม่ทัน

นี่อาจไม่ใช่คนที่เขาตามหา........

และเมื่อนายตำรวจดึงผู้ชายคนนั้นกลับมาอีกครั้ง คาซึยะก็พบว่า....ไม่ใช่......


หลายครั้ง จนตัวเองท้อแท้......... พรหมลิขิต คงไม่ยอมให้เขาได้เจอกับโทโมฮิสะอีกกระมัง

"3 คน ใน 1 วัน ให้ตายสิ!"
"อะไร ไม่ได้ฆ่าตัวตายซักหน่อย มีผีเสื้อลายหายากบินลงไปในนั้นต่างหาก"
เด็กผู้ชายคนนั้นเถียงแต่แล้วก็โดนมะเหงกของนายตำรวจไปเต็มๆ
"มากับใครฮึ"
"พ่อกับพี่ชายรออยู่ตรงนั้น ผมไปได้ยัง?"
ในที่สุด ก็มีแค่คาซึยะที่ต้องคุมตัวไปสถานีตำรวจตามลำพัง

คาซึยะได้รับการเอาใจใส่ดูแลอย่างดีจากพนักงานบริการการท่องเที่ยวที่จัดขึ้นป็นพิเศษสำหรับพักฟื้จิตใจของผู้มีจิตใจบอบช้ำ ห่อเหี่ยวผิดปกติ ก่อนจะถูกปล่อยตัวไปเมื่อแน่ใจแล้วว่าจะไม่มีอาการซึมเศร้าให้คิดก่อเหตุอีก และห้องข้างกัน ก็ดูเหมือนเป็นผู้ป่วยทางจิตที่คิดจะกระโดดผาเมื่อเช้านี้แน่ เพราะเขาได้ยินเสียงปลอบประโลมดังแว่วมา
"ผมไม่เป็นอะไรทั้งนั้นแหละฮะ ต้องให้พูดอีกกี่ครัง........."
ถึงแม้จะห้ามใจตัวเองไม่ให้คิดคาดหวัง แต่คาซึยะก็รู้ว่าสุดท้าย ลึกๆของเขาก็ยังอยากให้เสียงที่ได้ยินเป็นเสียงของโทโมฮิสะอยู่ดี
"ผมจะกลับโรงแรม.........เดี๋ยวนี้!"
เสียงแว้ดแหวที่ทำให้นึกถึงผู้ใหญ่เอาแต่ใจคนนั้น ยามที่จะดื่มเหล้า ก็จะเอาเหล้า แต่พอเขาทำท่าแข็งขืนขึ้นหน่อย ก็อ่อนระทวยดื่มแค่คอกเทลทุกที

คาซึยะหัวเราะ เมื่อคิดมาถึงตรงนี้


"คนเมื่อเช้ามาตั้งนานแล้วยังอารมณ์ไม่ดีเลยค่ะ"
คาซึยะพยักหน้าเข้าใจ ก่อนพนักงานสาวจะยอมปล่อยตัวเมื่อเห็นว่าเขาคุมสติตัวเองได้ ร่างโปร่งจึงเดินไปเปิดประตูห้อง เพื่อกลับโรงแรมทันที.........เขาไม่อยากฟุ้งซ่านกับเสียงที่ช่างเหมือนกับยามะพีมากกว่านี้อีกแล้ว

และเมื่อลูกบิดประตูหมุนออก ก็มีเสียงแกร๊ก.....จากห้องข้างๆดังขึ้นซ้อนกันพอดิบพอดี คาซึยะเดินออกมา และไม่ลืมที่จะหันไปมองเจ้าของเสียงอาละวาดด้วยสายตาล้อเลียนอยู่หน่อยๆ แต่แล้ว ดวงตาคู่นั้น กลับพราวระยับเมื่อเห็นรูปหน้าของผู้ชายขี้โวยวายคนนั้นตรงๆ


ดวงตาที่สบตากัน ภาพที่สะท้อนซึ่งกันและกันเป็นประกายวาว ก่อนตากลมโต จะเป็นฝ่ายหลบตาก่อน


ตึก ตึก ตึก..............

"รอเดี๋ยว โทโมฮิสะ!!!!!"
ฝีเท้าที่วิ่งลงจากสถานีตำรวจทำให้คาซึยะต้องเร่งฝีเท้าเช่นเดียวกัน และเมื่อลงมาได้ไม่นาน โทโมฮิสะก็อาศัยช่วงชุลมุนของผู้คนหลบเร้นไปอย่างไร้ร่องรอย แต่ทว่าคาซึยะก็ยังออกตามหาด้วยความหวังอยู่ดี กระทั่งท้ายที่สุดผู้คนจำนวนมากเริ่มมารวมตัวกัน ณ ลาน โล่งกว้าง เมื่ออีก 1 ชั่วโมงข้างหน้า จะเป็นช่วงเวลาที่เปลี่ยนปีเป็นอีกปีหนึ่ง


คาซึยะนั่งลงบนต้นไม้ที่ห่างผู้คนออกมา ใบหน้าเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อแม้อากาศจะเย็นสักเพียงใด ท้าวแขนข้างหนึ่งไปยังเบื้องหลัง กระทั่งเลื่อนตัวเองไปทีละน้อย จนปลายนิ้ว สัมผัสได้ถึงความอุ่นของอุณหภูมิอีกคน

ทั้งคู่หันมามองหน้ากัน และโทโมฮิสะที่นั่งพิงต้นไม้อยู่ก่อนแล้วนั้นก็เป็นฝ่ายทำท่าจะลุกหนีไป หากเรียวแขนไม่ถูกดึงรั้งเอาไว้ก่อน

จะไม่ยอมให้หลุดมือไปอีกแล้ว

"ปล่อยนะ!"
"ไม่!"
"บอกให้ปล่อยไง! เราไม่รู้จักกันซักหน่อย ปล่อยฉันนะ!"
"ใจร้ายเกินไปแล้ว พูดออกมาได้ยังไงว่าไม่รู้จัก! อย่าพูดจาอย่างนี้กับผมนะ!"
"ปล่อย!"
โทโมฮิสะเม้มริมฝีปากแน่น มองคาซึยะด้วยสายตาดุดันราวกับโกรธกันมาแสนนาน เมื่อมือเล็กพยายามดึงรั้งตัวเองออก มือใหญ่ก็ยิ่งรวบไว้แน่น และดึงเจ้าของร่างเข้ามาหา ก่อนจะผลักไหล่บางติดกับต้นไม้ และกดริมฝีปากลงไปอย่างจาบจ้วงด้วยความโหยหา
"อื้อ.........อ......อื้อ..........."
ปลายลิ้นอ่อนละมุน กลิ่นหอมของน้ำหอมสไตล์ผรั่งเศสบวกกับกลิ่นเฉพาะตัวเป็นเหตุให้โทโมฮิสะเผลลืมป้องกันตัวเอง ปล่อยให้อีกฝ่ายจุมพิตที่ปากอิ่มเนิ่นนาน ทั้งร้อนแรง ดุดัน และปิดท้ายด้วยความอ่อนละมุนอย่างทะนุถนอม
คมจมูกที่ก่อนเคยคลอเคลียอยู่ข้างแก้ม บัดนี้ มันกลับทำได้เพียงเฉียดไปมาเพราะแก้มที่เคยตูม กลับตอบลงอย่างเห็นได้ชัดนับจากวันที่จากคาซึยะมา

...........โทโมฮิสะหลับตาลง แต่น้ำตา ก็รินไหลลงมาได้อยู่ดี..........


แรงผลักที่อก ทำให้คาซึยะเคลื่อนตัวเองออก และใช้สองมือปาดหยดน้ำตาที่ไหลรินลงมาด้วยความรู้สึกที่หัวใจ แค่หยดน้ำตาของคนๆเดียว แทบจะทำให้หัวใจของเขาแตกสลายได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ........

"ต้องการอะไร...ต้องการอะไรจากฉัน!"

"ผมขอโทษ.......โทโมฮิสะ....ผมรักคุณ"

"ไม่! ฉันไม่ฟัง! กลับไปซะ!"

"โทโมะ ฟังผมสิ.....ขอโทษ ขอโทษที่ไม่รู้อะไรเลย ขอโทษที่ทิ้งให้คุณอยู่ตามลำพัง..........."

"ขอโทษที่มองข้ามความรู้สึกเล็กๆน้อยๆของคุณ.......ถ้าผมย้อนเวลาได้ ผมจะไม่ทำอีก ผมจะบอกรักคุณทุกวัน ผมจะไม่ให้คุณอยู่คนเดียว ผมจะไม่หึงไร้สาระ ผมจะทำทุกอย่างให้คุณพอใจ........ผมอยากทำ......ผมอยากทำอย่างนั้น ให้โอกาสผมได้มั้ย......คนดี............"

"ไม่!!!!!!!!! ปล่อยฉันไป ฉันไม่ถือโทษโกรธนาย ลืมมันซะ เรื่องทั้งหมดของเรา......นายทำได้ไม่ใช่เหรอ ทำได้ดีกว่าฉันด้วยซ้ำไป!"
เสียงสะอื้นไห้ดังระงม คาซึยะกอดร่างเล็กเอาไว้แนบอก โทโมฮิสะสะบัดและขืนตัว แต่เมื่อรู้ว่าสุดท้ายไม่ได้ช่วยอะไรเลยก็เลิกล้มความพยายาม ยอมศิโรราบร้องไห้ที่อกเด็กหนุ่มอีกครั้ง
"ไม่หรอกนะ.......ผมทำไม่ได้หรอก....โทโมฮิสะ ผมไม่ยอมให้เรื่องนั้นผ่านไปหรอก คุณต้องรับผิดชอบ..........."
ยามาชิตะเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาใคร่รู้ ขนตาเป็นแพยาวหว่าปกติเพราะหยดน้ำตาที่เปียกชื้น เนิ่นนาน กว่าริมฝีปากบางจะสั่นพูดมันออกมา

"ไหนบอกว่าถ้าได้แต่งงานแล้วจะมีความสุขไง ไหนบอกว่ามีลูกแล้ว ที่บอกว่าถ้าไปตามอนาคตของตัวเองแล้วจะมีความสุข ไม่เห็นจริงเลย ไม่เห็นจริงซักอย่าง......"


"คุณทำให้ผมทุกข์ทรมานมาตลอด 5 ปี ไม่คิดจะรับผิดชอบบ้างหรือไง.......ผมแต่งงานได้ไม่ถึงปีก็หย่า ผมรับลูกของเคียวโกะกับแฟนมาอยู่ด้วยก็รำคาญ ผมจะวาดภาพเป็นจิตรกรตามที่ฝัน สุดท้าย ก็วาดอะไรไม่ได้เลย ในเมื่อมันมีแต่คุณ มีแค่คุณคนเดียวที่อยู่ในนี้............."


"จะรับผิดชอบยังไง........บอกผมซิ จะรับผิดชอบกับผู้ชายคนนี้ยังไง..........."
โทโมฮิสะส่ายหน้าน้อยๆราวกับไม่เชื่อ
"โกหก......."

"ผมไม่ใช่เด็กเลี้ยงแกะ ถ้าคุณไม่เชื่อ.......คุณรู้ใช่ไหมว่าที่ผานี้เป็นสถานที่พิสูจน์ความรัก ผมจะกระโดดลงไป เพื่อพิสูจน์ให้คุณรู้ว่าที่ผมพูดทั้งหมดเป็นสัจจริง"
"อย่านะ!"
โทโมฮิสะรีบคว้าแขนเสื้อเอาไว้แน่นด้วยมือสั่นเทา
"ในเมื่อคุณไม่เชื่..........."
"เชื่อแล้ว อย่ากระโดดนะ..........ฉันกลัว........."


"นายโกหกก็ได้ แต่ห้ามกระโดดนะ..........."


คาซึยะนั่งลงตามเดิม ใช้ปลายนิ้วชี้เกยปลายคางมนให้ขึ้นมาสบตา โน้มตัวลงไปที่กลีบปากช้าๆ เช่นเดียวกับโทโมฮิสะ ที่หลับตายินยอมรับปากบางที่เฝ้าโหยหามาแสนนาน


ความเจ็บปวดที่ต่างฝ่ายต่างได้รับ เหลือเป็นเพียงความหลัง ถึงแม้เคนทรมานเจียนขาดใจเพียงใด แต่เมื่อพบเจอคนที่ตนรักอยู่ข้างหน้า


เขาก็ยินดี จะลืมเรื่องร้ายนั้นเอาไว้เบื้องหลัง และยอมสร้างอนาคตใหม่ให้คนที่เรารักมีความสุข


จะเจ็บอีกกี่ครั้ง.......ก็ยอม.......

เคร้ง ~


ยามเมื่อริมฝีปากใกล้จะสัมผัสกัน เสียงระฆังจากยอดเขาไกลก็ดังขึ้นด้วยแรงลม โทโมฮิสะลืมตาขึ้นกว้าง ขณะที่คาซึยะปิดตาลงแน่นด้วยความเจ็บใจ

เกือบจะได้จูบแล้วเชียว

"เสียงระฆังนี่! เขาบอกว่าถ้าได้ยินเสียงระฆังที่ศักดิ์สิทธิ์ 3 ครั้งของเกาะกวม คู่รักจะได้รักกันตลอดไป........."
"อื้อ........"
คาเมะตอบ พลางใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเส้นผมเล็กที่ปลิวจากแรงลมทัดใบหูให้ได้เห็นใบหน้าสวยได้เต็มตา

"นายรักฉันหรือเปล่า........."
ยามะพีถาม ดวงตาใสจนคาเมะต้องก้มลงมาจูบที่หน้าผากเบาๆ
"บอกไปแล้ว"
"บอกอีกสิ...."


เคร้ง ~

"เร็วๆ ดัง 2 ครั้งแล้วนะ"

"อื้อ........"

"อื้อ อะไรล่ะ!"
ยามะพีดึงแขนเสื้อคาเมะเชิงซักไซ้
"รักครับ......ผมรักยามาชิตะ โทโมฮิสะที่สุดในโลก.."

"คิก........เหมือนกันเลย........"
เสียงใสหัวเราะแผ่วเบา ก้มหน้าแดงก่ำชิดหน้าอกตัวเอง

"ฉันก็รักคาเมนาชิ คาซึยะ มากที่สุดในโลกเหมือนกัน....."


เคร้.... ~

คาซึยะไม่รอให้เสียงระฆังครั้งสุดท้ายสงบลง เขาก้มลงจูบที่ริมฝีปากแดงอย่างโหยหา เฝ้าต่อเติมความหอมหวานและความคิดถึงให้แก่กันและกัน กระทั่งเสียงพลุปีใหม่ดังขึ้นระงม

"เริ่มต้นใหม่กันนะ ผมสัญญา ผมจะไม่ทำให้โทโมะเสียใจอีก......."

"ยอมขนาดนี้แล้วยังต้องให้พูดอีกรึไง.......เด็กบ้า!!"

"ไม่เด็กแล้วนะ ไปเถอะ........ไปพิสูจน์กันว่าผมน่ะ โตขนาดไหนแล้ว.........."



"ทะลึ่ง!!!!!!!!!!!!!"


Fin

"เทวดาใจร้าย~"

"ฉันไปทำอะไรให้กัน!!! แย่ที่สุด!"

"แย่!!!!!!!!!!"


เสียงหวานตวาดดังลั่นท่ามกลางความมืดมิดของท้องฟ้ายามราตรี ดวงดาวที่เคยพราวแสงระยับ ซ่อนหายไปใต้กลีบเมฆ เหลือแต่ดวงจันทราสีนวลทองที่ส่องประกายอยู่บนฟากฟ้าตามลำพัง
ร่างเพรียวบางของโฮสต์หนึ่งเดียวของบาร์ที่เพิ่งสมัครงานไปเมื่อไม่กี่วันก่อนทรัดตัวนั่งลงกับพื้นหญ้าเขียวชอุ่มบนทางลาดที่ติดกันกับทะเลสาบกลางเมือง เข่าทั้งสองข้างหดงอ เพื่อเป็นที่รองรับหยดน้ำตาที่ไหลรินลงมาอาบแก้มที่มีรอยเขียวช้ำ

ดวงตารีแสนเสน่ห์เหม่อลอย ทุกข์ระทมกับความผิดที่ตัวเองไม่ได้ก่อ


เด็กกำพร้าที่ไร้ความรู้อย่างเขา......จะมีสักกี่หนทางกัน........

การกระเสือกกระสนดิ้นรนเพื่อหาปัจจัยในชีวิต มันผิดตรงไหนกัน........

"นี่.......นาย........เป็นอะไรมากหรือเปล่า....."
เสียงที่ดังแทรกท่ามกลางความคิดอย่างไร้มารยาทดังขึ้นจากด้านข้าง เขาไม่รู้เลยว่าผู้ชายคนนี้มานั่งข้างๆเขาตั้งแต่เมื่อไหร่

"มาได้ยังไง......ฉันมาก่อนนะ แล้วฉันก็อยากนั่งคนเดียวด้วย!"
"ให้มันน้อยหน่อยสาวน้อย ฉันมานอนที่นี่ตั้งแต่นายวิ่งร้องไห้มาที่นี่แล้วแหกปากโวยวายแล้ว"
ผู้ชายร่างใหญ่พูดท่ามกลางความมืด เขาเห็นเพียงเงามืดสลัวเท่านั้น
"ฉันไปก็ได้!"
อุจิตะคอกเสียงดัง ก่อนจะใช้มือซ้ายจับที่แก้มตัวเองเบาๆ อาจเป็นเพราะการขยับริมฝีปากมากเกินไป กระพุ้งแก้มที่เพิ่งโดนทำร้ายจาก แฟน ของลูกค้าทาคิซาว่าจึงเจ็บระบมไปจนทั่ว ผู้ชายที่นอนอยู่ค่อยๆลุกขึ้นนั่ง แล้วขยับตัวมาใกล้เพื่อดูแผลบริเวณที่เจ็บ
"เป็นอะไรรึเปล่า ปากแตกด้วยนี่"
"ก็อย่างนี้แหละ พวกแย่งแฟนชาวบ้าน.......สมน้ำหน้า!"
แสงจันทร์สะท้อนจากพื้นน้ำมายังใบหน้าโครงหล่อเหลาของชายหนุ่ม ทำให้อุจิเห็นว่าผู้ชายที่เข้ามาสัมผัสที่ปรางค์แก้มเขานั้น ก็มีสภาพไม่แตกต่างกัน หากแต่แผลฟกช้ำของชายหนุ่ม กลับถูกปิดด้วยพลาสเตอร์อันเล็กๆที่ไม่ได้ช่วยอะไรเลย

"หน้านายล่ะ เป็นอะไร?"

"ก็อย่างนี้แหละ พวกแย่งแฟนชาวบ้าน.......สมน้ำหน้า!"


ผู้ชายตรงหน้าพูดยิ้มๆ พลางแกะพลาสเตอร์ออกมาจากแผลเขียวม่วงของตัวเอง มาแปะเบาๆบนโหนกแก้มของเขา
"อี๊....สกปรก......"
ฮิโรกิร้องเสียงดัง พลางผลักอกชายหนุ่มด้วยแรงอันน้อยนิดไม่จริงจัง
"สกปรกเพราะฉันดีกว่าสกปรกเพราะดินกับหญ้าพวกนี้แล้วกัน แปะๆไปเถอะ ฉันไม่เป็นเอดส์หรอก"

"เชื่อได้ที่ไหน ชื่อเสียงเรียงนามก็ไม่รู้จัก........"


"อย่าเพิ่งจีบฉันได้มั้ย คนเพิ่งอกหักมา........."
จินถอนหายใจเสียงดัง ขณะที่โฮสต์อันดับ 1 เบ้ปาก

"ไม่เห็นจะเคยมีสเปคเป็นพะยูนหัวฟูเลยสักครั้ง"

"ไม่ใช่พะยูนซักหน่อย นี่อาคานิชิ จิน ต่างหาก"
จินพูด พลางหัวเราะให้ความขี้เล่นของร่างเพรียว ฮิโรกิเอนหัวซบกับบ่าแกร่งของเขาเบาๆ พลางโยกตัวไปมา
"ฉันชื่อ ฮิโรกิ......อุจิ ฮิโรกิ"


"นี่..........."

ฮิโรกิเอ่ยเสียงเบาๆ พลางโน้มคอจินเข้ามาน้อยๆ

"เหงาจังเลย.........."

ดวงตาของอุจิเป็นพราวระยับ จินเองก็สนองริมฝีปากให้อย่างแผ่วเบาเพราะความรู้สึกโหยหาของตัวเอง


ต่างฝ่าย ต่างต้องการที่ปลอบใจ

"อื้อ..เจ็บปาก จูบเบาๆสิ ฉันเพิ่งโดนตบมานะ....."

"ฉันก็เพิ่งโดนต่อยมาเหมือนกัน ไม่เห็นจะเจ็บตรงไหนเลย"

"ไปที่บ้านฉันนะ........."

จินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เมื่อความปรารถนาลุกโชน ฮิโรกิก็พยักหน้าถี่

ทั้งคู่ อาจคิดว่าเป็นเพียงแค่คืนหนึ่ง ที่ผ่านพ้นไป.........

หากแต่ยังไม่รู้ ว่าด้ายแดงแห่งคู่แท้.........กำลังแสดงพลัง..........

รุ่งสางของวันถัดมา เสียงโทรศัพท์รุ่นใหม่กรีดร้องจนทั่วบริเวณ ร่างผอมบางของฮิโรกิพยายามยันตัวลุกขึ้นเพื่อตะปบมือถือของชายหนุ่มร่างสูงที่มอบความสุขให้ซึ่งกันและกันเมื่อคืน และเมื่อปลายนิ้วสัมผัสได้แล้ว ก็งัวเงียปลุกอาคานิชิให้กดรับโทรศัพท์ของตัวเองเสียที
โทรศัพท์นายดัง รีบๆรับได้มั้ย คนจะนอน
จินพลิกตัวหนีร่างโปร่งบาง ไม่สนใจเสียงเรียกเข้าเอ็มพี 3 ที่ดังระงม เพราะยังไง เขาก็หลับได้.....
จิน.......ฉันง่วง ถ้าไม่รับจะตัดสายเลยนะ..

อือ.....ตัดสายไปเหอะ
เสียงแหบพร่าพูดออกเป็นโทนต่ำ ฮิโรกิจึงกดตัดสัญญาณ และล้มตัวลงนอนี่นอนหนานุ่มเคียงข้างชายหนุ่ม เบียดตัวเองเข้าแนบชิดกับแผ่นหลัง กระทั่งในที่สุดจินกต้องหันหน้ามาหา และกกกอดเขาไว้ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน


กลิ่นไอของเนื้อตัวช่างอบอุ่น ร่างใหญ่ที่โอบกอดเขา ทำให้ตัวเองราวกับเป็นลูกนกที่กำลังถูกฟูมฟักอย่างดี

ห้วงนิทรากำลังลอยอยู่ด้านหน้า แต่แล้วเสียงโทรศัพท์เจ้าปัญหา ก็ยังคงส่งเสียงรบกวนอยู่จนจินต้องขมวดคิ้วและกดรับมันอย่างขอไปที

ใครวะ!


อ้อ.......เธอเองเหรอ มีอะไร.........

ฮิโรกิปรือตามองจินที่นอนหลับตาคุยโทรศัพท์อยู่แล้วก็ขมวดคิ้ว การสนทนาที่เสียงเล็ดลอดออกมาเป็นโทนแหวแหวดของผู้หญิงเจ้าอารมณ์ และการพูดคุยที่ไม่ได้มีความเกรงอกเกรงใจกันทำให้ฮิโรกิคิดถึงความสนิทสนมกับปลายสาย

อือๆ เดี๋ยวบ่ายๆจะไปหา ตอนนี้ขอนอนก่อนได้มั้ย......
จินตัดสายโทรศัพท์ไปแล้ว แต่ต้องขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิมเมื่อรู้สึกหายใจไม่ออก
เล่นอะไร ฮิโรกิ จะฆ่าฉันเหรอ
ปลายนิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือเล็กบีบที่จมูกเขาแรง จินปัดมือนั้นออกเบาๆ แขนของฮิโรกิก็ลอยหวือออกไป ใบหน้าหวานฉ่ำบูดบึ้งอีกครั้ง และหันหลังพลิกตัวกลับแสดงอาการเหมือนเด็กเอาแต่ใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด
เป็นอะไร.......
ผู้หญิงที่โทรมาเป็นใคร........
ทั้งๆที่ไม่มีสิทธิ์หึง แต่ฮิโรกิก็อดหงุดหงิดใจไม่ได้
ทาคาโกะ ว่าที่ภรรยา..โอ๊ย...ทำอะไรน่ะ
มายุ่งกับฉันทำไม! มายุ่งทำไม บ้าที่สุด!
ฮิโรกิฟาดมือไปยังแผ่นอกใต้ผ้าห่มหลายๆครั้ง ดวงตาเฉี่ยวไม่ได้ลดความร้อนแรงลงเลย ถึงแม้ปราศจากหยดน้ำตา แต่จินก็ยังสังเกตได้ในความรู้สึกเสียใจอยู่ในคำพูดและการกระทำนั้น
อะไรของนาย นอนด้วยกันแค่คืนเดียวอย่ามาโวยวายได้มั้ย!
ใช่สิ ฉันมันง่าย! ปล่อยนะ อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!
เมื่อคืนแตะมากกว่านี้ยังไม่ว่า อย่ามาหวงตัวหน่อยเลย อุจิ.......
ฮิโรกิมองค้อนชายหนุ่มด้วยความโกรธเคือง เขาสะบัดตัวรุนแรงอีกครั้ง ลุกขึ้นหยิบเสื้อผ้าที่ระเกะระกะในห้องแล้วเดินปึงปังออกไปด้วยท่าทีเกรี้ยวกราด จินถอนหายใจแรงๆ เขาไม่คิดจะรั้งชายผู้นั้นเอาไว้


เรื่องของเมื่อคืน ทั้งๆที่รู้ว่าเด็กนี่ไม่ใช่คนไร้เดียงสา แต่เมื่อยามได้สอดใส่มันก็ทำให้เขาหงุดหงิดได้เหมือนกัน


ในเมื่อเขาไม่ใช่คนแรกของเด็กใจแตกคนนี้.......เพียงแค่นั้นก็เผลอนึกไปถึงความใจง่ายที่นอนกับใครก็ได้เพียงแค่เพราะถูกอกถูกใจ

จินเกลียดคู่นอนที่ไม่รักนวลสงวนตัวมากที่สุด ไม่สิ กับคนอื่นเขาไม่ว่าอะไร แต่กับอุจิ เขาไม่ชอบใจเอาเสียเลย


แล้วทำไม เขาต้องเอาใจฮิโรกิทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่ได้สลักสำคัญอะไรในจิตใจของผู้ชายคนนั้นเลยด้วย

จินขบเขี้ยวเคี้ยวฟันตัวเอง พลางสะบัดผ้าห่มลุกขึ้นไปแต่งตัว เพื่อไปหาทาคาโกะที่บ้าน แต่ในหัวสมอง ก็ไม่วายว้าวุ่นถึงแต่คนที่จากกันไปไม่ดีเมื่อเช้าอยู่ตลอดทั้งวัน

"ทำแบบนี้พีจังจะลำบากใจ ยังไม่รู้อีกหรือไง......"

ประโยคที่เขาตะโกนพูดให้เจ้าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมฟังเป็นประโยคสุดท้ายสำหรับเรื่องของยามาชิตะในวันนี้ จินสั่งเหล้าเพิ่ม และจุดบุหรี่อีกหลายมวนขึ้นมาสูบระบายความอึดอัดใจ
บางที เขาอยากจะพูดให้คาเมนาชิรู้จักใส่ใจของล้ำค่าที่ตัวเองมีอยู่ แต่จินก็รู้ ว่าถ้าเขาพูดกับคาเมะดีๆก็คงเป็นไปไม่ได้ ในเมื่ออีกใจ เขาก็ยังเฝ้าคิดถึงร่างบางคนนั้นอยู่ตลอดเวลา เขารู้ ว่าคาซึยะ ดูแล พี ได้ แต่เขาอยากจะพูดเป็นนัยๆกับคาซึยะเหมือนกันว่า ถ้าเมื่อไหร่ที่คาซึยะทำให้ พี เสียใจ เขานี่ล่ะที่จะไปยื้อแย่งโทโมฮิสะกลับมาเป็นของตัวเองให้จงได้
จินตวัดลิ้นเลียริมฝีปากที่ยังมีรอยฟกช้ำอยู่ พลางกวาดสายตาไปโดยรอบบริเวณราวกับจะหาสิ่งเจริญหูเจริญตาให้ตัวเองหลุดพ้นจากความคิดบ้าๆสักที
คาซึยะบอกว่า เขาไม่ได้รักพี.......หมอนั่น จะไปรู้อะไร.........
เสียงหัวเราะหึในลำคอดังขึ้น หลังจากแก้วเหล้าที่ว่างวเปล่าถูกวางลงบนโต๊ะ กระทั่งสายตา เผลอมองไปเห็นใครบางคนที่มาแทนที่ความคิดถึงโทโมฮิสะที่เขามีให้เป็นบางคราว
........ฮิโรกิ อุจจิ
หมอนั่น กำลังนั่งคลอเคลียอยู่กับแขกบางคน ที่ดูมือไวใจเร็วเสียเหลือเกิน...


...............จิน....
เสียงอุทานของฮิโรกิดังขึ้นอย่างแผ่วเบา เมื่อแรงดึงที่ข้อมือส่งมาจากใครบางคนอย่างไม่ได้ตั้งตัว ร่างสูงโปร่งไม่ได้มองมาที่เขา หากแต่สายตาดุเดือด จ้องมองไปยังร่างท้วมของแขกคนปัจจุบันของเขาอยู่
กลับเถอะ.......
น้ำเสียงอ้อแอ้ของจิน ทำให้ฮิโรกิรู้ว่าร่างใหญ่กำลังเมามายสักเพียงไร เขาอยากจะลุกไปหาจิน หากแต่คำพูดที่แล้งน้ำใจเมื่อเช้ามันกำลังทำให้ทิฐิก่อตัวขึ้นอย่างยากจะหักห้าม

ฉันทำงานอยู่
งานอะไรของนาย?
ฉันเป็นโฮสต์ พอใจรึยัง ถ้ารู้อย่างที่อยากรู้แล้วก็ไปได้แล้ว ฉันมีแขก
ฮิโรกิพูดด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ขืนแรงออกจากอุ้งมือใหญ่ หากแต่จินก็ดึงกระชากเขาออกจากลูกค้าเพียงแค่ขยับข้อมือเบาๆ
จิน!
ฉันนี่แหละแขกของนาย ไป!
แรงฉุดรั้งจากร่างสูง ทำให้ฮิโรกิใม่อาจต้านทานได้ จินผลักเขาเข้าไปในรถ และออกรถรวดเร็วเพื่อไปสู่ที่หมายโดยเร็วที่สุด ฮิโรกิซบหน้าอยู่ที่กระจก เขาไม่มีแรงจะขัดขืนจินได้เลย
หยดน้ำตาไหลรินออกมาอย่างปวดหัวใจ ระหว่างเรา คงเป็นได้แค่คู่นอนจริงๆ.....

อื้อ......พอ.........พอก่อน ฉันเหนื่อย..........
ฮิโรกิพยายามปัดป้องร่างสูงออกในเช้าวันใหม่ หลังจากกิจกรรมอันเร่าร้อนและเอาแต่ใจเริ่มขึ้นและยังไม่จบลงสักที จินนอนหอบหายใจอยู่ข้างๆ และไม่ยอมปล่อยให้เขาเป็นอิสระเลยสักวินาที
ทำบ้าอะไร.....งานมีตั้งเยอะแยะทำไมต้องทำแบบนั้นด้วย!


บ้าที่สุด.......
ฮิโรกิหลับตาลงในอ้อมกอดของชายหนุ่ม จินสบถเสียงเบา ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าที่พูดไป ไม่รู้ว่ากำลังว่าฮิโรกิหรือตัวเองกันแน่ ที่ฉุนเฉียงเหลือเกินเวลาที่ฮิโรกิไปอยู่ในอ้อมแขนของใคร
ฮิโรกิกอดจินเอาไว้แน่น ราวกับช่วงเวลาที่ถูกบดบังด้วยความไร้สตินี้ จะเป็นเวลาเดียวที่เขาจะโอบกอดและรวบรัดคิดว่าจินเป็นของเขา และเขาเป็นของจินแต่เพียงผู้เดียวได้ เช่นเดียวกับอีกฝ่าย ที่กอดรัดเขาราวกับเขาเป็นคนสำคัญของชีวิตเช่นกัน
ฮิโรกิปล่อยให้หยดน้ำตารินลงมาอีกครั้ง และจินก็ปาดมันออกด้วยความสะเทือนใจ
เป็นอะไร ฮิโระ.....
ฉันไม่รู้...............
เสียงแหบต่ำของฮิโรกิตอบออกมาแผ่วเบา จินจูบที่หน้าผากชายหนุ่มเบาๆ และก้มลงมาสบตา

ฉันไม่รู้ว่าเป็นอะไรสำหรับจิน...........


เสียงที่บ่งบอกถึงความไม่แน่ใจ จินกระชับกอดนั้นแน่นอีกครั้ง


ขอโทษถ้าทำให้ลำบากใจ.........แต่ฉันกำลังจะแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก แล้วก็เพิ่งอกหักมาด้วยซ้ำ.......ฮิโรกิ.......


ไม่รู้ว่าจะทำให้นายหนักใจมากแค่ไหน ถ้าฉันจะบอกว่าไม่รู้ว่านายเป็นอะไรสำหรับฉัน........


แต่ฉันต้องการนายเหลือเกิน.....

ฮิโรกิกอดจินตอบเช่นเดียวกัน เขาเงยหนาขึ้นจูบที่ปากของจินเบาๆ แล้วซุกหน้าลงที่อกเปลือยเปล่า........

ฉันรักจิน.........

ถ้าจินคิดจะรักฉันบ้าง..............


ฮิโรกิสะอื้นฮักติดกันหลายครั้ง เมื่อจินลูบหัวเขาอย่างทะนุถนอม

ถ้าจินคิดจะรัก...ฉันก็จะรอ..........
อาคานิชิพยักหน้าลง และเชยปลายคางขึ้นมาสบตา


รอฉันนะ........ฉันจะไม่มีวันทำให้นายเสียใจ..........

ฉันจะรักนาย..........

end